ตลาดหุ้นสหรัฐฯ สัปดาห์นี้จับตาชุดปัจจัยสำคัญ ทั้งงบไตรมาส 3 ของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ สัญญาณกำลังซื้อผู้บริโภคช่วง Black Friday ข้อมูลตลาดแรงงานภาคเอกชน และตัวเลขเงินเฟ้อผ่านดัชนี core PCE ท่ามกลางความผันผวนต่อเนื่องของ S&P 500 และ Nasdaq ในช่วงปลายปี 2025
งบเทคฯ ใหญ่-กำลังซื้อผู้บริโภคชี้ทิศตลาดปลายปี
ฝั่งผลประกอบการ นักลงทุนโฟกัส CrowdStrike ซึ่งมีกำหนดรายงานงบไตรมาส 3 หลังปิดตลาดวันอังคาร โดยตลาดคาดหวังให้ annual recurring revenue เร่งตัวขึ้นต่อจากโมเดลขาย Falcon Flex และอานิสงส์ดีมานด์ด้าน cybersecurity ในยุค agentic AI ที่เพิ่มความซับซ้อนของการโจมตีแบบอัตโนมัติ ข้อมูลจาก LSEG ระบุ นักวิเคราะห์คาดกำไรต่อหุ้น 0.94 ดอลลาร์ จากรายได้ 1.215 พันล้านดอลลาร์
ในขณะที่ Salesforce ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำด้านซอฟแวร์บริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) บนคลาวด์ จะประกาศงบไตรมาส 3 หลังปิดตลาดวันพุธ โดยนักลงทุนต้องการเห็นการนำ AI product อย่าง Agentforce ไปใช้จริงอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งถูกมองว่าเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนมุมมองเชิงลบต่อกลุ่มซอฟต์แวร์แบบ SaaS ท่ามกลางการเติบโตของ generative และ agentic AI ขณะเดียวกันบริษัทอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างโมเดลรายได้ เพื่อลดผลกระทบจากการลดจำนวนพนักงานฝั่งลูกค้าเมื่อเทียบกับโมเดล seat-license แบบเดิม โดย LSEG ระบุว่าตลาดคาดกำไรต่อหุ้น 2.86 ดอลลาร์ จากรายได้ 10.27 พันล้านดอลลาร์
ด้านปัจจัยมหภาค ยอดขายช่วง Black Friday และสุดสัปดาห์วันหยุดถูกมองว่ามีน้ำหนักต่อทิศทางตลาดมากที่สุดในสัปดาห์นี้ ทั้งในมุมผลกระทบต่อหุ้นค้าปลีก และการใช้ข้อมูลดังกล่าวเป็นตัวชี้วัดกำลังซื้อผู้บริโภคสหรัฐฯ ในช่วงเทศกาลจับจ่ายปลายปี แม้ผลสำรวจของ CNBC ระบุว่าชาวอเมริกัน 82% ยังมีแผนจับจ่าย แต่ 40% ระบุว่าจะใช้จ่ายน้อยลง โดยเฉพาะหมวดของขวัญ และมีแนวโน้มกระจายการใช้จ่ายออกนอกวันดีลใหญ่
ข้อมูลแรงงานที่จะประกาศรอบนี้มีน้ำหนักมากกว่าปกติ เนื่องจากตัวเลข nonfarm payrolls เดือนพฤศจิกายนเลื่อนประกาศไปกลางเดือนธันวาคมจากผลกระทบ government shutdown ทำให้ตลาดจับตาเป็นพิเศษไปที่รายงานการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP เดือนพฤศจิกายน ซึ่งจะออกวันพุธ เพื่อนำมาประเมินทิศทางการจ้างงานและแรงกดดันด้านค่าจ้าง
ส่วนข้อมูลเงินเฟ้อ ตัวเลขรายจ่ายผู้บริโภคและรายได้เดือนกันยายนที่จะประกาศวันศุกร์ แม้จะล่าช้าและสะท้อนสถานการณ์ย้อนหลังราวสองเดือน แต่ยังถือว่ามีความสำคัญ เพราะรวมถึงดัชนี core PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ Federal Reserve ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ นักลงทุนจะใช้ข้อมูลดังกล่าวประเมินแนวโน้มท่าทีด้านดอกเบี้ยของ Fed ต่อไป
นอกจากนี้ ตลาดยังรอประเมินภาพรวมภาคการผลิตและบริการจากชุดข้อมูลเศรษฐกิจอื่น ๆ ทั้งดัชนี ISM manufacturing เดือนพฤศจิกายนในวันจันทร์ รายงาน industrial production และ capacity utilization เดือนกันยายนในวันพุธ รวมถึงตัวเลข factory orders เดือนตุลาคม และดัชนี ISM Services เดือนพฤศจิกายน ซึ่งจะช่วยให้เห็นทิศทางกิจกรรมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีได้ชัดเจนยิ่งขึ้น








