ตลาดคราฟต์เบียร์ในจีนกำลังเติบโตสวนทางกับตลาดสุราพรีเมียมและไวน์นำเข้าที่ชะลอตัวลง โดยผู้บริโภคหันมาเลือกเบียร์คุณภาพสูงในระดับราคาที่เข้าถึงได้ แทนการใช้จ่ายกับสุราราคาแพง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอนและกำลังซื้อที่อ่อนตัวหลังโควิด
ภาพหน้าร้าน Urbrew ผับคราฟต์เบียร์ในกรุงปักกิ่งที่แน่นขนัดในช่วงฤดูร้อน สะท้อนพฤติกรรมใหม่ของผู้ดื่มชาวจีนที่ยังต้องการสินค้าที่ให้ “ความคุ้มค่า” แต่ไม่ยอมลดมาตรฐานด้านรสชาติและประสบการณ์ เบียร์คราฟต์อย่าง wheat beer, India pale ale รวมถึงสูตรทดลองผสมผลไม้ต่างๆ ซึ่งตั้งราคากว่า 20 หยวนต่อแก้ว ยังขายได้ดี แม้จะแพงกว่าเบียร์อุตสาหกรรมทั่วไปที่ราว 4 หยวนต่อขวดในซูเปอร์มาร์เก็ต
เบียร์เกาะกระแส “พรีเมียมในราคาจับต้องได้”
ข้อมูลการผลิตชี้ว่าธุรกิจเบียร์ในจีนมีความทนทานกว่าตลาดสุราอื่น ๆ โดยปริมาณการผลิตเบียร์ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 ยังขยายตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ผู้ผลิตรายใหญ่หลายแห่งรายงานผลประกอบการที่ค่อนข้างมั่นคง ตรงกันข้ามกับความต้องการซื้อ baijiu จากเมือง Maotai และไวน์ยุโรปนำเข้าที่ลดลง ทั้งจากผลกระทบเศรษฐกิจชะลอตัวและการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยที่หดตัว
ภายใต้ข้อจำกัดด้านกำลังซื้อ แนวโน้ม “premiumisation” หรือการยกระดับสินค้าไปสู่กลุ่มพรีเมียมในแง่คุณภาพและราคา กลายเป็นยุทธศาสตร์หลักของผู้ผลิตเบียร์ในจีน เพื่อรักษาการเติบโตในตลาดที่ผู้บริโภคต้องการสินค้า “ดีขึ้นแต่ไม่แพงเกินไป” หมวดเบียร์ระดับกลางถึงพรีเมียมจึงได้รับแรงหนุนจากกลุ่มผู้ดื่มที่ยอมจ่ายเพิ่มจากเบียร์ธรรมดา แต่ยังมองว่าเป็นตัวเลือกที่ประหยัดกว่าสุราพรีเมียมและไวน์ต่างประเทศ
การเปลี่ยนผ่านนี้กำลังกดดันผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ดั้งเดิมให้ต้องเร่งปรับตัว ทั้งในด้านการพัฒนาสูตร การสร้างภาพลักษณ์ใหม่ และการตั้งราคาที่สอดรับกับความอ่อนไหวต่อราคา ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้คราฟต์เบียร์และแบรนด์ใหม่ ๆ เข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดจากสินค้าราคาแพงที่เคยครองกลุ่มผู้บริโภคฐานะดีในจีนมาก่อนหน้า








