ผู้ผลิตหุ่นยนต์มนุษย์ (Humanoid Robot) ในจีนเร่งขยายกำลังการผลิตเพื่อรุกตลาด ตั้งแต่ด้านบันเทิง ค้าปลีก ไปจนถึงโรงงานอัจฉริยะ แม้ยังเผชิญข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีแกนหลักและต้นทุนที่ยังสูง ทำให้การพัฒนาไปสู่หุ่นยนต์ “เอนกประสงค์” ที่ใช้งานได้หลากหลายใกล้เคียงแรงงานคนจริง ยังต้องใช้เวลา
รายงานระบุว่า ผู้เล่นหลักอย่าง Agibot, Galbot, Ubtech และ Dobot ต่างเดินหน้าเพิ่มสายการผลิตหุ่นยนต์มนุษย์ (Humanoid Robot) เชิงพาณิชย์ โดย Agibot ซึ่งก่อตั้งในปี 2023 ผลิตหุ่นยนต์ไปแล้วราว 5,000 ตัว ครอบคลุมทั้งรุ่นที่ทำท่าทางเชิงบันเทิง เต้นแสดง แนะนำงานนิทรรศการ ไปจนถึงรุ่นที่ถูกออกแบบให้ทำงานบางประเภทในสายการผลิตได้แบบเฉพาะทาง
เทคโนโลยีแกนหลัก-ต้นทุนยังเป็นคอขวด
อย่างไรก็ดี หุ่นยนต์มนุษย์ (Humanoid Robot) แบบ “all-purpose” ที่สามารถทำงานหลากหลายเทียบเคียงแรงงานคนยังอยู่ในช่วงพัฒนา เนื่องจากจีนยังต้องเร่งยกระดับเทคโนโลยีสำคัญ เช่น ระบบขับเคลื่อน การทรงตัว เซนเซอร์ขั้นสูง ซอฟต์แวร์ควบคุม และระบบประมวลผลที่ผสานปัญญาประดิษฐ์เข้ากับการทำงานเชิงกายภาพได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย
ความท้าทายด้านต้นทุนเป็นอีกปัจจัยหลัก หุ่นยนต์มนุษย์ (Humanoid Robot) เชิงพาณิชย์ยังมีราคาสูง ทำให้การใช้งานจำนวนมากในโรงงานหรือร้านค้าทั่วไปยังไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับแรงงานมนุษย์และหุ่นยนต์อุตสาหกรรมแบบเดิม ผู้ผลิตจีนจึงมุ่งเพิ่มปริมาณการผลิตและสร้างห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนภายในประเทศมากขึ้น เพื่อกดต้นทุนลงในระยะกลาง
ในขณะเดียวกัน จีนมองว่าหุ่นยนต์มนุษย์ (Humanoid Robot) เป็นอีกหนึ่งสมรภูมิยุทธศาสตร์ต่อจากรถยนต์ไฟฟ้า โดยหวังใช้จุดแข็งด้านการผลิตขนาดใหญ่และซัพพลายเชนภายในประเทศ สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันกับผู้ผลิตจากญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐ ที่กำลังเร่งพัฒนาหุ่นยนต์รุ่นใหม่ เช่น โครงการร่วมของ Yaskawa, SoftBank, Nvidia และ Fanuc ในด้าน “physical AI” และแพลตฟอร์มหุ่นยนต์สำหรับภาคอุตสาหกรรมและบริการ
นักวิเคราะห์มองว่าในระยะสั้น หุ่นยนต์มนุษย์ (Humanoid Robot) จากจีนจะถูกใช้งานแบบเฉพาะด้านในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ เช่น การโชว์เพื่อการตลาด พิพิธภัณฑ์ ร้านค้าแฟลกชิป และบางส่วนของสายการผลิตที่รูปแบบงานตายตัว ขณะที่การใช้งานในรูปแบบกึ่งอัตโนมัติร่วมกับแรงงานคนในโรงงานและคลังสินค้าอัจฉริยะจะเพิ่มขึ้นตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและการลดต้นทุนในระยะต่อไป








