BYD ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีนเร่งปรับยุทธศาสตร์จากการพึ่งพาตลาดรถราคามวลชนในประเทศ หันรุกเซ็กเมนต์พรีเมียมมากขึ้น หลังยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในจีนเริ่มชะลอตัวเพราะการแข่งขันด้านราคารุนแรงในกลุ่มรถระดับล่าง
รายงานของ Nikkei Asia ระบุว่า BYD พยายามใช้แบรนด์อื่นในเครือเป็นหัวหอกในการขยายฐานลูกค้าระดับบน เพื่อลดการพึ่งพารถรุ่นที่เน้นทำยอดด้วยการตั้งราคาต่ำ ซึ่งเคยเป็นปัจจัยหลักหนุนการเติบโตในช่วงที่ผ่านมา แต่กำลังกลายเป็น “กับดักตลาดแมส” เมื่อผู้ผลิตรถยนต์จีนจำนวนมากหันมาใช้กลยุทธ์ตัดราคาชิงส่วนแบ่งตลาด
BYD ปรับภาพลักษณ์-รุกพรีเมียม ท่ามกลางแรงกดดันในและต่างประเทศ
หนึ่งในรุ่นที่ถูกดันขึ้นมาเป็นแม่เหล็กในกลยุทธ์ใหม่นี้คือ Fang Cheng Bao Tai 7 ซึ่งมียอดขายราว 20,000 คันในเดือนตุลาคม กลายเป็นรุ่นที่ทำผลงานดีที่สุดของแบรนด์ Fang cheng bao จนถึงปัจจุบัน สะท้อนว่าตลาดยังมีช่องว่างสำหรับรถไฟฟ้ากลุ่มราคาสูงกว่ารถแมสทั่วไป
ทิศทางใหม่ของ BYD เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันทั้งในและนอกจีน โดยในประเทศ ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจำนวนมากแข่งขันลดราคา ขณะที่ตลาดรถใหม่เริ่มอิ่มตัว ส่วนต่างประเทศ BYD ต้องเผชิญมาตรการกีดกันทางการค้าและการตรวจสอบด้านภาษีนำเข้าในหลายภูมิภาค ทำให้บริษัทจำเป็นต้องยกระดับภาพลักษณ์และโครงสร้างราคาสินค้าเพื่อรักษาอัตรากำไร
สำหรับไทย การขยับตัวของ BYD เข้าสู่ตลาดพรีเมียมมีนัยสำคัญต่อการแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจาก BYD เป็นหนึ่งในค่ายจีนที่ลงทุนตั้งฐานการผลิตและทำราคาเชิงรุกในไทย การขยายไลน์สู่รถระดับบนจะเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค และอาจกดดันทั้งค่ายญี่ปุ่นและยุโรปที่เคยยึดตลาดรถกลุ่มพรีเมียมในประเทศ รวมถึงอาจเปลี่ยนสมดุลโครงสร้างราคา EV ในไทยในระยะถัดไป








