สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ซื้อขายเต็มสัปดาห์สุดท้ายของปีใน Wall Street โดยนักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐสำคัญด้านเงินเฟ้อและการจ้างงาน รวมถึงงบไตรมาสของบริษัทยักษ์ใหญ่ในตลาดหุ้น โดยเฉพาะ Nike ซึ่งอาจมีน้ำหนักต่อมุมมองตลาดปี 2026 หลังดัชนี S&P 500 เพิ่งทำจุดสูงสุดใหม่ระหว่างสัปดาห์แต่ปิดสัปดาห์ในแดนลบ
ข้อมูลเศรษฐกิจ-งบบริษัทใหญ่ชี้ทิศตลาดโลก
ด้านเศรษฐกิจ สหรัฐเตรียมทยอยเผยข้อมูลที่ค้างจากสถานการณ์ปิดหน่วยงานรัฐยาว 43 วัน โดยวันอังคารตามเวลาสหรัฐจะประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพฤศจิกายน คาดเพิ่มขึ้น 40,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.4% หลังรายงานเดือนกันยายนซึ่งเลื่อนมาประกาศเมื่อ 20 พฤศจิกายน ระบุว่าจ้างงานเพิ่ม 119,000 ตำแหน่ง แต่การว่างงานขยับขึ้นแตะระดับสูงสุดตั้งแต่ตุลาคม 2021
วันอังคารเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐจะเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนตุลาคมซึ่งล่าช้าจากการปิดหน่วยงาน แม้ข้อมูลจะถือว่าล้าหลังเมื่อเทียบกับสัญญาณการจับจ่ายช่วงเทศกาลปลายปีที่ผู้ประกอบการและข้อมูลเบื้องต้นสะท้อนออกมาก่อนแล้ว แต่ตัวเลขดังกล่าวยังช่วยให้เห็นภาพกำลังซื้อผู้บริโภคสหรัฐช่วงต้นไตรมาส 4 ชัดขึ้น
วันพฤหัสบดีจะมีการประกาศดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพฤศจิกายน ซึ่งมีความสำคัญเป็นพิเศษหลัง Federal Reserve เพิ่งตัดสินใจลดดอกเบี้ยนโยบายเมื่อสัปดาห์ก่อน นักเศรษฐศาสตร์ที่ FactSet สำรวจคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปและเงินเฟ้อพื้นฐานเทียบรายปีจะอยู่ที่ 3.1% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 3% ในเดือนกันยายน ขณะที่รายงาน CPI เดือนตุลาคมถูกยกเลิกเพราะผลกระทบจากการปิดหน่วยงานรัฐ
ลุ้นรายงานผลประกอบการ Nike
ในฝั่งผลประกอบการ Nike จะรายงานงบหลังปิดตลาดวันพฤหัสบดี โดยนักวิเคราะห์ที่ LSEG สำรวจคาดกำไรต่อหุ้น 0.38 ดอลลาร์ จากรายได้ 12.22 พันล้านดอลลาร์ ตลาดจะจับตาความคืบหน้าการฟื้นฟูกิจการ โดยเฉพาะการบริหารสต๊อกสินค้าเก่าและแผนพัฒนาสินค้านวัตกรรมใหม่ซึ่งเป็นตัวชี้นำทิศทางรายได้ในระยะถัดไป
นอกจาก Nike นักลงทุนยังรอดูงบของกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Lennar ในคืนวันอังคาร และ KB Home คืนวันพฤหัสบดี เพื่อประเมินความแข็งแกร่งของตลาดที่อยู่อาศัยสหรัฐ ซึ่งมีนัยต่อธุรกิจเกี่ยวเนื่องอย่าง Home Depot ที่พึ่งพาการก่อสร้างและการปรับปรุงบ้านอย่างมาก
ในกลุ่มเทคโนโลยี Micron จะรายงานงบวันพุธ ซึ่งจะให้มุมมองเพิ่มเติมต่อวัฏจักรอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และการลงทุนใน data center ของผู้ให้บริการเทคโนโลยี AI รายใหญ่ เช่น Broadcom, Nvidia, Amazon และ Microsoft ที่เป็นแกนนำในธุรกิจชิปและระบบคลาวด์ทั่วโลก
ขณะเดียวกัน Darden เจ้าของเชนร้านอาหาร Olive Garden และ LongHorn Steakhouse จะประกาศผลประกอบการเช้าวันพฤหัสบดี ซึ่งตลาดใช้เป็นตัวชี้วัดกำลังซื้อผู้บริโภคในภาคบริการอาหาร รวมถึงส่งสัญญาณต่อธุรกิจร้านอาหารสไตล์ใกล้เคียงอย่าง Texas Roadhouse ซึ่งอิงรายได้จากการบริโภคภายในประเทศสหรัฐเป็นหลัก
สำหรับผลกระทบต่อไทย ความเคลื่อนไหวของข้อมูลเงินเฟ้อ-ดอกเบี้ยสหรัฐและผลประกอบการกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่มีโอกาสสร้างความผันผวนต่อทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้าย ค่าเงินบาท และตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งออกไปสหรัฐ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และผู้ผลิตสินค้าให้แบรนด์โลกอย่าง Nike ขณะที่สัญญาณจากตลาดที่อยู่อาศัยและการบริโภคสหรัฐจะเป็นตัวบ่งชี้แนวโน้มคำสั่งซื้อสินค้าไทยในปีหน้า ทั้งในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และอาหารแปรรูปส่งออก








