ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จับตา Medline เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยนักลงทุนรอความชัดเจนของราคาเสนอขายหุ้น IPO ซึ่งหากกำหนดที่ระดับบนของกรอบราคา มีโอกาสเป็นดีล IPO ใหญ่ที่สุดของปี 2025 ขณะเดียวกันหุ้นกลุ่ม Health Care ในดัชนี S&P 500 ยังโดดเด่นต่อเนื่อง และเป็นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา
Medline IPO หนุนกระแส Health Care-IPO ใหม่
Medline ผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์ที่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ระดับโลก กำลังรอเคาะราคาเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก ซึ่งระดับราคา IPO จะเป็นตัวกำหนดทั้งขนาดดีลและกระแสลงทุนในหุ้นกลุ่ม Health Care รวมถึง IPO ใหม่ๆ ในตลาดสหรัฐฯ ปีหน้า ด้าน Renaissance IPO ETF ซึ่งสะท้อนภาพรวมหุ้นเข้าใหม่ ปรับขึ้นแล้ว 5% ตั้งแต่ต้นปี แม้ยังต่ำกว่าระดับสูงสุดเดือนกันยายนราว 16%
ภายใน Renaissance IPO ETF หุ้นที่ทำผลงานโดดเด่นปีนี้ ได้แก่ Nextpower ที่ราคาพุ่งเกือบ 140% Tempus AI เพิ่มขึ้น 103% และ Viking Holdings ปรับขึ้นราว 61% ขณะที่ในรอบหนึ่งเดือนล่าสุด Chime Financial ขยับขึ้น 30% สะท้อนความสนใจของนักลงทุนต่อหุ้นเติบโตและธีมเทคโนโลยีการเงินและข้อมูล
กลุ่ม Health Care ในดัชนี S&P 500 ปรับขึ้นอีก 1.3% ในวันจันทร์ ส่งผลให้ช่วงสามเดือนที่ผ่านมาเป็นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด เพิ่มขึ้นรวมประมาณ 14% แม้ว่าดัชนีหมวดนี้จะยังต่ำกว่าจุดสูงสุดเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนราว 1.8% แต่แนวโน้มรายไตรมาสยังแข็งแกร่งและเหนือกว่าหมวดอื่น
หุ้นรายตัวในกลุ่ม Health Care ที่หนุนบรรยากาศลงทุน ได้แก่ Eli Lilly ที่ราคาพุ่งขึ้นราว 42% ในช่วงสามเดือนล่าสุด ตามด้วย Cardinal Health ที่เพิ่มขึ้น 33% และ Regeneron ที่ปรับตัวขึ้น 31% ทำให้หุ้นกลุ่มนี้ถูกมองเป็นแหล่งพักเงินในภาวะตลาดผันผวน และได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังต่อผลิตภัณฑ์ยาและเทคโนโลยีการแพทย์ใหม่ๆ
ด้านหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยสหรัฐฯ ยังเผชิญแรงกดดัน โดยหุ้นผู้พัฒนาอย่าง Lennar ราคาร่วง 10.5% ในรอบสามเดือน และอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์เมื่อเดือนธันวาคมปีก่อน 20.5% ขณะที่ State Street SPDR S&P Homebuilders ETF (XHB) ลดลงเกือบ 7% ในสามเดือน และต่ำกว่าระดับสูงสุดเดือนกันยายนราว 11% สะท้อนความอ่อนไหวต่อทิศทางดอกเบี้ยและต้นทุนการกู้ซื้อบ้าน
ในกลุ่มเดียวกัน Hovanian ปรับตัวลงแรง 27.9% ในสามเดือน ขณะที่ Toll Brothers แทบไม่เปลี่ยนแปลงในช่วงเดียวกัน ทำให้นักลงทุนต้องจับตางบการเงินของ Lennar ที่จะรายงานหลังปิดตลาดวันอังคาร ซึ่งจะเป็นสัญญาณสำคัญต่อมุมมองกำลังซื้อที่อยู่อาศัยและทิศทางทั้งกลุ่มผู้พัฒนาโครงการบ้านในไตรมาสถัดไป
นอกจากนี้ ตลาดยังรอดูตัวเลขภาวะการจ้างงานสำคัญจากภาครัฐสหรัฐฯ ที่จะประกาศช่วงเช้าวันอังคารตามเวลานิวยอร์ก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดเศรษฐกิจหลักที่อาจส่งผลต่อการประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ และระดับความเสี่ยงผันผวนระยะสั้นของตลาดหุ้นและตราสารหนี้โดยรวม
ที่มา: https://www.cnbc.com/2025/12/15/tuesdays-big-stock-stories-whats-likely-to-move-the-market.html








