สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติผ่านขั้นตอนสำคัญของร่างกฎหมาย SPEED Act ซึ่งมีเป้าหมายปรับกระบวนการขอใบอนุญาตโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการผลิตชิป ทำให้โครงการลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ เช่น OpenAI, Meta และ Microsoft มีแนวโน้มเดินหน้าได้เร็วขึ้น หากกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้จริงในอนาคต
การลงมติเมื่อวันอังคารจบลงที่คะแนน 215 ต่อ 209 เสียง เปิดทางให้สภาผู้แทนราษฎรลงมติวาระสุดท้ายต่อร่าง SPEED Act ได้เร็วสุดภายในสัปดาห์นี้ ผู้สนับสนุนมองว่าการเร่งรัดกระบวนการอนุมัติโครงการศูนย์ข้อมูล AI และการผลิตเซมิคอนดักเตอร์เป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ เพื่อรับมือการแข่งขันกับจีนและคู่แข่งรายอื่น
แก้กฎหมายสิ่งแวดล้อม ปลดล็อกศูนย์ข้อมูล-ชิป แต่ชนแรงต้านการเมืองภายใน
สาระหลักของ SPEED Act คือการจำกัดอำนาจและย่นระยะเวลาการพิจารณาตามกฎหมาย National Environmental Policy Act ปี 1969 ที่กำหนดให้โครงการที่อาจกระทบสิ่งแวดล้อมต้องผ่านการทบทวนจากหน่วยงานรัฐบาลกลางก่อนออกใบอนุญาต ร่างกฎหมายนี้จะบังคับให้หน่วยงานเร่งกรอบเวลาการทบทวน ลดโอกาสที่กฎหมายสิ่งแวดล้อมถูกใช้เพื่อยืดเวลาหรือชะลอโครงการ และตัดอายุความในการยื่นฟ้องคัดค้านใบอนุญาตจาก 6 ปีเหลือเพียง 150 วัน
ภาคอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูลและเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงกลุ่ม Data Center Coalition และบริษัท Micron ระบุว่าการปฏิรูประบบใบอนุญาตมีความจำเป็นต่อการลงทุนหลายแสนล้านดอลลาร์ในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของสหรัฐฯ ทั้งในด้านศูนย์ข้อมูลที่ใช้พลังงานสูง และโครงการพลังงานใหม่เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น โดยเตือนว่าความล่าช้าจากขั้นตอนตาม NEPA อาจทำให้โครงการที่ใช้เงินสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น เงินจาก CHIPS and Science Act ติดค้างยืดเยื้อ
แม้ในอดีตสมาชิกพรรคเดโมแครตจำนวนมากมักคัดค้านความพยายามลดทอน NEPA เพื่อคุ้มครองสิ่งแวดล้อม แต่กระแสสนับสนุน AI ในฐานะอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์ และการแข่งขันกับจีนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ทำให้เสียงหนุนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ภายในพรรคยังมีความเห็นต่าง โดยบางกลุ่มกังวลว่าร่างกฎหมายจะทำให้การคุ้มครองสิ่งแวดล้อมอ่อนแอลง ขณะที่อีกส่วนต้องการหลักประกันชัดเจนว่าโครงการพลังงานสะอาดที่เคยถูกฝ่ายบริหารก่อนหน้านี้ยกเลิก จะสามารถกลับมาเดินหน้าต่อได้
ภายในพรรครีพับลิกันเองก็ไม่เป็นเอกภาพ กลุ่ม House Freedom Caucus แสดงท่าทีคัดค้านการแก้ไขเพิ่มเติมที่เสนอโดย ส.ส. Jared Golden จากพรรคเดโมแครต ซึ่งจะจำกัดอำนาจประธานาธิบดีในการเพิกถอนใบอนุญาตโครงการพลังงานที่ไม่เห็นด้วย พร้อมขู่ว่าจะดึงคะแนนเสียงจนทำให้ร่างกฎหมายไม่ผ่าน หากถ้อยคำดังกล่าวยังคงอยู่ ขณะเดียวกันผู้นำพรรครีพับลิกันในสภาซึ่งมีเสียงข้างมากเพียงเล็กน้อย แทบไม่มีช่องว่างจะเสียเสียงสนับสนุนจากฝ่ายตนเองได้มากนัก หากต้องการผลักดันกฎหมายโดยไม่ต้องพึ่งเสียงเดโมแครตจำนวนมาก
หากร่าง SPEED Act ผ่านสภาผู้แทนราษฎรได้สำเร็จ ก็ยังเป็นเพียงส่วนแรกของแพ็กเกจปฏิรูประบบใบอนุญาตที่กว้างขึ้น ซึ่งสมาชิกสภาคองเกรสต้องการใช้เพื่อคลายข้อจำกัดต่อโครงการโครงข่ายส่งไฟฟ้าระหว่างรัฐ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอื่นๆ ขั้นต่อไปคือการพิจารณาในวุฒิสภาซึ่งยังไม่ได้เผยร่างกฎหมายของตนเองออกมาอย่างเป็นทางการ และเนื่องจากกฎหมายด้านการปฏิรูปใบอนุญาตต้องใช้เสียงอย่างน้อย 60 เสียงเพื่อผ่านด่านการถกเถียง พรรคเดโมแครตจึงมีอำนาจต่อรองสูงกว่าที่สภาผู้แทนราษฎร ทำให้รูปแบบสุดท้ายของการปฏิรูปอาจเปลี่ยนไปจากร่าง SPEED Act ที่เพิ่งผ่านด่านแรกในสภาล่างอย่างมีนัยสำคัญ
ที่มา: https://www.cnbc.com/2025/12/16/ai-congres-permitting-speed-act.html








