Jim Cramer ผู้จัดรายการการเงินชื่อดังของสหรัฐ ระบุว่า Procter & Gamble (P&G) เป็นหุ้นโปรดในพอร์ตการลงทุนของเขาในช่วงนี้ แม้กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจะยังไม่เป็นที่นิยมในตลาด และกระแสการลงทุนยังให้น้ำหนักไปที่หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่และธีม AI เป็นหลัก
ราคาหุ้น P&G ร่วงลงราว 10.5% นับตั้งแต่ต้นปี กดดันให้ระดับมูลค่าหุ้น (valuation) ปรับลง โดยหุ้นซื้อขายที่ค่า price-to-earnings ราว 20 เท่าของกำไรคาดการณ์ 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งถือเป็นระดับที่ถูกเมื่อเทียบกับอดีตของบริษัทเจ้าของแบรนด์ Tide, Crest และ Gillette รายนี้ ส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนมองว่าหุ้นกำลังอยู่ในจุดที่น่าสะสมระยะยาว
บริษัทเตรียมเปลี่ยนผู้บริหารสูงสุดในเดือนมกราคม โดย Shailesh Jejurikar ซึ่งปัจจุบันเป็น chief operating officer จะขึ้นรับตำแหน่ง CEO พร้อมแผนปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อเร่งการเติบโตของยอดขายและฟื้นความแข็งแกร่งเชิงปฏิบัติการ นักลงทุนคาดหวังว่าการเปลี่ยนผ่านผู้บริหารครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นรอบใหม่ของการปรับกลยุทธ์และเพิ่มมูลค่าบริษัท
พื้นฐานระยะยาว-ปันผลหนุนบทบาทหุ้นรับความผันผวนเทคโนโลยี
อย่างไรก็ตาม ฝั่งตัวเลขระยะสั้นยังเผชิญแรงกดดัน ฝ่ายบริหาร P&G ระบุในการประชุมผลประกอบการไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2026 เมื่อ 24 ต.ค. ว่าบริษัทคาดจะพลาดเป้าผลประกอบการในไตรมาสถัดไป และจะเป็นไตรมาสที่เติบโตต่ำที่สุดของปี ขณะที่แนวโน้มเติบโตที่แข็งแกร่งกว่าคาดหวังไว้ในช่วงครึ่งหลังของปีงบประมาณ 2026
พื้นฐานระยะยาวของ P&G ยังถือว่าโดดเด่น โดยไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2026 เป็นไตรมาสที่ 40 ติดต่อกันที่บริษัทมียอดขายเติบโตในเชิง organic และกำลังมุ่งสู่การทำสถิติเติบโตของกำไรต่อหุ้นหลัก (core EPS) เป็นปีที่ 10 ติดต่อกัน บริษัทให้กรอบคาดการณ์ว่า ยอดขาย organic ทั้งปี 2026 จะทรงตัวถึงเติบโต 4% เมื่อเทียบปีก่อน และ core EPS จะทรงตัวถึงเติบโต 4%
สภาพแวดล้อมมหภาคที่เปลี่ยนไปอาจกลายเป็นแรงหนุนสำคัญ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มลดลงและราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง ช่วยเสริมกำลังซื้อผู้บริโภค ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงทำให้ผลิตภัณฑ์ P&G มีความสามารถแข่งขันดีขึ้นในต่างประเทศ เมื่อรวมกับลักษณะสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้ P&G ถูกมองว่าสามารถรับมือได้ในหลายสภาวะเศรษฐกิจ
ด้านการคืนผลตอบแทนผู้ถือหุ้น P&G ยังคงรักษาสถานะ “dividend aristocrat” เพิ่มเงินปันผลต่อเนื่องมาแล้ว 69 ปี โดยอัตราผลตอบแทนเงินปันผลปัจจุบันอยู่ราว 2.9% และบริษัทมีแผนซื้อหุ้นคืนมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2026 ทั้งนี้ ท่ามกลางความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่และธีม AI P&G ถูกมองว่าเป็นหุ้น consumer staples คุณภาพสูงที่มี valuation ถูกลง และช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนได้ในระยะยาว โดย CNBC Investing Club ของ Cramer ให้ราคาเป้าหมายหุ้นที่ 165 ดอลลาร์ต่อหุ้น และจัดอันดับหุ้นในระดับแนะนำซื้อสูงสุดของสโมสรลงทุนดังกล่าว








