หุ้น Tesla ปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ท่ามกลางภาวะยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าชะลอตัว หลังนักลงทุนแห่เก็งกำไรจากความคืบหน้าโครงการ robotaxi และเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติของบริษัท
ราคาหุ้น Tesla ปิดที่ 489.88 ดอลลาร์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 3.1% ในวันอังคาร ทำสถิติระดับปิดตลาดสูงสุดใหม่ และทำจุดสูงสุดระหว่างวันเหนือระดับเดิมที่ 488.54 ดอลลาร์ ส่งผลให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีเพิ่มขึ้นเป็น 21% หลังจากในไตรมาสแรกเคยร่วงลงถึง 36% ซึ่งเป็นผลงานรายไตรมาสที่แย่ที่สุดนับจากปี 2022
แรงหนุนจาก Robotaxi ดันมูลค่าบริษัท-ความมั่งคั่ง Musk พุ่ง
แรงซื้อรอบล่าสุดถูกหนุนจากข้อมูลว่า Tesla เริ่มทดสอบรถไร้คนขับในเมือง Austin รัฐ Texas แบบไม่มีผู้โดยสารบนรถ หลังจากเปิดโครงการนำร่องที่มี safety driver ร่วมทดสอบเมื่อราวหกเดือนก่อน นักลงทุนมองว่าพัฒนาการนี้เพิ่มโอกาสที่ Tesla จะสามารถอัปเดตซอฟต์แวร์ให้รถ EV ที่ขายไปแล้วทำงานเป็น robotaxi ได้ตามที่เคยให้สัญญา
การพุ่งขึ้นของราคาหุ้นดันมูลค่าตลาดของ Tesla ขึ้นเป็น 1.63 ล้านล้านดอลลาร์ กลายเป็นบริษัทจดทะเบียนมูลค่าสูงสุดอันดับ 7 ของโลก รองจาก Nvidia, Apple, Alphabet, Microsoft, Amazon และ Meta และมีมูลค่ามากกว่า Broadcom เล็กน้อย ความมั่งคั่งของ Elon Musk ตามการประเมินของ Forbes อยู่ราว 684 พันล้านดอลลาร์ ทิ้งห่างผู้ถือหุ้นร่วมก่อตั้ง Google อย่าง Larry Page ซึ่งอยู่ในอันดับสองกว้างกว่า 430 พันล้านดอลลาร์
แม้ราคาหุ้นจะฟื้นตัวแรง แต่ธุรกิจหลักของ Tesla ยังเผชิญความท้าทาย ยอดส่งมอบรถในไตรมาสแรกปีนี้ลดลง 13% รายได้จากธุรกิจยานยนต์หดตัว 20% และในไตรมาสที่สองรายได้ยานยนต์ยังลดลงต่อเนื่องอีก 16% ท่ามกลางแรงกดดันจากกระแสบอยคอตแบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของ Musk ในรัฐบาล Donald Trump การสนับสนุนการเมืองฝ่ายขวาจัดในหลายประเทศ และถ้อยคำทางการเมืองที่สร้างความแตกแยก
ในไตรมาสสาม รายได้รวมของ Tesla กลับมาเติบโต 12% โดยได้แรงหนุนจากยอดซื้อ EV ในสหรัฐที่เร่งตัวก่อนสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ภาษีของรัฐบาลกลางในปลายเดือนกันยายน ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นอีก 40% ในช่วงเวลาดังกล่าว อย่างไรก็ดี การสิ้นสุดเครดิตภาษี กระแสต่อต้านแบรนด์ และการแข่งขันรุนแรงจากผู้ผลิตรายอื่น เช่น BYD และ Xiaomi ในจีน รวมถึง Volkswagen ในยุโรป ยังคงกดดันภาพรวมธุรกิจ
Tesla เปิดตัวรุ่นย่อยราคาต่ำของ Model Y และ Model 3 ในสหรัฐและยุโรปตั้งแต่เดือนตุลาคม แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ช่วยดันยอดขายในตลาดหลัก โดยในสหรัฐ รุ่นราคาถูกมีแนวโน้มไปแย่งยอดจากรุ่นที่มีราคาสูงกว่าของบริษัทเอง ข้อมูลจาก Cox Automotive ระบุว่ายอดขาย Tesla ในสหรัฐเดือนพฤศจิกายนอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบสี่ปี
ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อผู้ผลิต EV ในสหรัฐ นักวิเคราะห์จาก Mizuho ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของ Tesla ขึ้นเป็น 530 ดอลลาร์จาก 475 ดอลลาร์ พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยให้เหตุผลว่าการพัฒนาด้าน FSD หรือ Full Self-Driving (Supervised) อาจช่วยเร่งการขยายตัวของฝูง robotaxi ใน Austin, San Francisco และช่วยลดความจำเป็นในการมีผู้ควบคุมบนรถเร็วกว่าคาด ปัจจุบัน Tesla ให้บริการ ride-hailing ภายใต้แบรนด์ Robotaxi ในรัฐ Texas และ California แต่ยังต้องมีคนขับหรือผู้ควบคุมความปลอดภัยนั่งประจำรถทุกคันอยู่ในระยะนี้








