ผู้ผลิตหุ่นยนต์ดูดฝุ่น Roomba ภายใต้แบรนด์ iRobot ยื่นขอล้มละลายภายใต้กฎหมายสหรัฐฯ หลังเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันรุนแรงของสินค้าราคาถูกจากจีน การเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และการที่ดีลซื้อกิจการโดย Amazon ต้องล้มเหลวจากท่าทีคัดค้านของหน่วยงานกำกับดูแลในยุโรป
iRobot ซึ่งเคยเป็นผู้บุกเบิกตลาดหุ่นยนต์ดูดฝุ่น และเป็นเป้าหมายที่ Amazon ตกลงจะเข้าซื้อด้วยมูลค่า 1.7 พันล้านดอลลาร์ในปี 2022 ระบุในเอกสารศาลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่ามีสินทรัพย์และหนี้สินระหว่าง 100-500 ล้านดอลลาร์ และมีหนี้รวมราว 190 ล้านดอลลาร์ โดยเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดคือ Shenzhen Picea Robotics ผู้รับจ้างผลิตจากจีนและเวียดนาม ซึ่งเข้าควบคุมกิจการผ่านกระบวนการล้มละลาย
ดีล Amazon ล่ม-คู่แข่งจีนรุกหนัก สะท้อนความเสี่ยง M&A ยุคกำกับเข้ม
ดีล Amazon-iRobot ถูกยกเลิกในช่วงต้นปี 2024 หลังหน่วยงานด้านการแข่งขันทางการค้าในสหภาพยุโรปส่งสัญญาณว่าจะสกัดกั้นการควบรวม ส่งผลให้ iRobot ซึ่งกำลังเผชิญภาวะการเงินตึงตัว สูญเสีย “ทางออก” ที่เคยหวังพึ่งการขายกิจการให้ Big Tech ตามโมเดลที่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีตลอดทศวรรษที่ผ่านมา
นักวิชาการและที่ปรึกษา M&A หลายรายมองว่า กรณี iRobot กลายเป็นตัวอย่างชัดเจนของความเสี่ยงที่บริษัทเทคโนโลยีขนาดกลางและสตาร์ทอัพต้องเผชิญ ท่ามกลางการเข้มงวดด้านกฎหมายแข่งขันทางการค้าในสหรัฐฯ และยุโรป เมื่อทางเลือกการขายกิจการแบบเต็มรูปแบบถูกปิด ขณะที่ Big Tech กลับหันไปใช้โครงสร้างดีลรูปแบบใหม่ เช่น การซื้อเฉพาะสินทรัพย์ และการทำ “reverse acqui-hire” ว่าจ้างทีมผู้ก่อตั้งและวิศวกรหลักควบคู่กับการทำสัญญาใช้สิทธิ์เทคโนโลยี เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบการควบรวม
ด้านโครงสร้างตลาด หุ่นยนต์ดูดฝุ่นจากจีนที่มีราคาต่ำกว่ายังคงแย่งส่วนแบ่งตลาดของ Roomba อย่างต่อเนื่อง ขณะที่สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน และมาตรการภาษีนำเข้าภายใต้รัฐบาล Trump เพิ่มต้นทุนให้บริษัทอย่างมีนัยสำคัญ แม้ iRobot จะย้ายฐานการผลิต Roomba ส่วนใหญ่ไปเวียดนามแล้ว แต่ยังคงถูกเก็บภาษีนำเข้าชุดใหม่ที่สร้างภาระต้นทุนหลายล้านดอลลาร์ และบั่นทอนความสามารถในการวางแผนธุรกิจระยะยาว
ข้อมูลเครดิตจาก Creditsafe ชี้ว่าปัญหาสภาพคล่องของ iRobot ปรากฏชัดตั้งแต่กลางปี 2025 เมื่อบริษัทเริ่มจ่ายเงินให้ซัพพลายเออร์ล่าช้าออกไป 3-4 สัปดาห์ และคะแนนเครดิตถูกปรับลดต่อเนื่องจนอยู่ในระดับ “ความเสี่ยงสูงมาก” ในเดือนมิถุนายน ท่ามกลางรายได้ที่ถดถอยจากการแข่งขัน และส่วนต่างกำไรที่หดตัวเพราะภาษีนำเข้า
นักวิเคราะห์เตือนว่า ในสภาพแวดล้อมที่หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกเข้มงวดมากขึ้นต่อดีล M&A โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับ Big Tech บริษัทเทคโนโลยีที่เคยใช้การขายกิจการเป็น “ตาข่ายนิรภัย” อาจต้องเผชิญการล้มละลายหรือกลายเป็น “zombie company” มากขึ้น ขณะที่ทรัพย์สินทางปัญญาและแบรนด์ของบริษัทสหรัฐฯ มีความเสี่ยงถูกโอนย้ายไปอยู่ภายใต้เจ้าของใหม่จากต่างประเทศ ผ่านกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้และล้มละลาย ดังเช่นกรณี iRobot ในครั้งนี้
ที่มา: https://www.cnbc.com/2025/12/20/roomba-bankruptcy-robot-vacuum-maker.html








