Bank of America ระบุรายชื่อหุ้น 20 ตัวที่มองว่าเป็น “หุ้นสำคัญที่สุดของโลก” สำหรับปี 2026 โดยชี้ว่าหุ้นเหล่านี้มีน้ำหนักและอิทธิพลสูงต่อพอร์ตการลงทุนทั่วโลก และสามารถเป็นตัวแปรหลักกำหนดทิศทางตลาดหุ้นในปีหน้า ข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากการวิเคราะห์ของทีม global quant strategy ของธนาคาร
เกณฑ์คัดเลือก-ไฮไลต์หุ้นเด่น Microsoft–Eli Lilly–TSMC
Bank of America ระบุว่า การปรับขึ้นราว 16% ของดัชนี S&P 500 ในปี 2025 ส่วนใหญ่ขับเคลื่อนโดยหุ้น Big Tech ไม่กี่ตัว โดย 10 บริษัทใหญ่สุดมีสัดส่วนราว 40% ของดัชนี ธนาคารจึงใช้เกณฑ์ “Most Important Stocks” คัดกรองหุ้นที่มีอิทธิพลต่อผลตอบแทนพอร์ตอย่างมีนัยสำคัญ จากปัจจัยด้านความเสี่ยง การเติบโตเชิงคุณภาพ และโมเมนตัมของราคาและกำไร
ทีมกลยุทธ์นำโดย Nigel Tupper แบ่งกลุ่มหุ้นสำคัญออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ กลุ่ม “triple momentum” ที่มีโมเมนตัมพร้อมกันทั้งกำไร ราคา และข่าวสาร กลุ่ม “boosters rank” ที่ได้ประโยชน์ชัดเจนจากวัฏจักรฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และกลุ่ม “steady compounders” ที่มีกำไรเติบโตสูงและสม่ำเสมอในระยะยาว
ในกลุ่มหุ้นที่มีกำไรเติบโตสม่ำเสมอที่สุดของโลก ตามแบบจำลองของ Bank of America ได้แก่ Microsoft, Eli Lilly และ Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) โดย Microsoft เพิ่งรายงานกำไรและรายได้ไตรมาสแรกปีงบประมาณสูงกว่าคาดจากธุรกิจคลาวด์ Azure ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับขึ้นราว 15% ในปี 2025 นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังแนะนำเชิงบวก และราคาเป้าหมายเฉลี่ยยังบ่งชี้อัพไซด์เกือบ 30%
Eli Lilly ทำจุดสูงสุดใหม่ราว 1,110 ดอลลาร์ต่อหุ้นปลายเดือนพฤศจิกายน หลังมูลค่าบริษัททะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก แรงซื้อส่วนหนึ่งสะท้อนการหมุนเงินของนักลงทุนไปยังกลุ่ม healthcare และหุ้นวัฏจักรอื่นๆ ขณะที่ยอดขายเติบโตแรงจากดีมานด์ยาลดน้ำหนัก Zepbound ราคาเป้าหมายเฉลี่ยของนักวิเคราะห์บ่งชี้อัพไซด์ต่อจากนี้ไม่มาก แต่ราคาหุ้นทั้งปีขยับขึ้นแล้วราว 39%
Bank of America ยังระบุว่าหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่มีโมเมนตัมทั้งด้านราคาและกำไรมุ่งหน้าสู่ปี 2026 ได้แก่ Nvidia, Advanced Micro Devices (AMD) และ AppLovin โดยมองว่าหุ้นกลุ่มนี้ยังเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของภาวะกระทิงในตลาดหุ้นโลกปี 2025 และอาจยังมีบทบาทสูงต่อภาพรวมตลาดในปีถัดไป
ที่มา: https://www.cnbc.com/2025/12/21/the-most-important-stocks-heading-into-2026-per-bank-of-america.html








