ดัชนี S&P 500 ปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ในการซื้อขายก่อนวันหยุดเทศกาลคริสต์มาส วันพุธ (24 ธ.ค.) ตามแรงหนุนจากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) สหรัฐไตรมาส 3 ที่ออกมาดีกว่าคาด ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและราคาทองคำยังเดินหน้าทำจุดสูงสุดต่อเนื่องช่วงปลายปี
S&P 500 ปิดบวก 0.32% ที่ระดับ 6,932.05 จุด สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ดัชนี Dow Jones Industrial Average เพิ่มขึ้น 0.60% ปิดที่ 48,731.16 จุด ทำสถิติสูงสุดเช่นกัน ส่วน Nasdaq Composite ขยับขึ้น 0.22% ปิดที่ 23,613.31 จุด การซื้อขายเป็นช่วงสั้นก่อนตลาดปิดทำการเร็วในค่ำคืนวันคริสต์มาสอีฟ และจะปิดทำการตลอดวันพฤหัสบดี
จีดีพี-แรงงานหนุนมุมมองเศรษฐกิจ ขณะทองคำพุ่งทำสถิติ
ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐระบุว่า GDP ไตรมาส 3 ขยายตัว 4.3% สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ 3.2% ซึ่งเป็นปัจจัยหลักหนุนบรรยากาศการลงทุน แม้รายงานดังกล่าวทำให้นักลงทุนบางส่วนทบทวนมุมมองต่อจังหวะการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของ Federal Reserve แต่ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ยังบ่งชี้ว่าตลาดคาดการณ์ว่าดอกเบี้ยสหรัฐจะถูกปรับลดลง 2 ครั้งภายในสิ้นปี 2026
ภาคแรงงานสหรัฐยังส่งสัญญาณแข็งแกร่ง โดยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ล่าสุดอยู่ที่ 214,000 ราย ลดลงจาก 224,000 ราย และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 225,000 ราย สะท้อนว่าตลาดแรงงานยังไม่อ่อนแรงลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้เศรษฐกิจอยู่ในช่วงวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง
หุ้นรายตัวที่โดดเด่นในวันเดียวกัน ได้แก่ Nike ที่เพิ่มขึ้น 4.6% หลังมีการเปิดเผยแบบฟอร์มยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแลว่าบุคคลสำคัญด้านเทคโนโลยีเข้าซื้อหุ้น ขณะที่ Micron Technology ปรับขึ้น 3.8% และ Citigroup เพิ่มขึ้น 1.8% โดยทั้งสองบริษัททำระดับราคาสูงสุดใหม่ระหว่างวันอีกครั้ง
ในภาพกว้าง ตลอดปี 2025 หุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นกลุ่มนำตลาด โดยเฉพาะ Nvidia ซึ่งมูลค่าบริษัทเพิ่มขึ้นเกือบ 13 เท่านับจากปลายปี 2022 ตามกระแสลงทุนโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล ขณะที่ผู้ผลิตชิ้นส่วนและฮาร์ดแวร์สำหรับศูนย์ข้อมูลหลายรายให้ผลตอบแทนเหนือกว่าหุ้นหลักในกลุ่ม AI เอง
ด้านตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาทองคำฟิวเจอร์สทำจุดสูงสุดระหว่างวันที่ 4,555.1 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมุ่งหน้าสู่การปิดตลาดในระดับสูงสุดเป็นครั้งที่ 54 ของปี ส่วนสัญญาเงินฟิวเจอร์สขึ้นไปทำระดับสูงสุดใหม่ที่ 72.75 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยทั้งสองสัญญาเดินหน้าทำสถิติใหม่ต่อเนื่องเป็นครั้งที่สามในสัปดาห์เดียว สะท้อนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยควบคู่ไปกับการเก็งกำไรด้านราคาจากสภาพคล่องในระบบการเงิน
ภาวะตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องพร้อมกับราคาทองคำและเงินที่แข็งแกร่ง ส่งผลทางอ้อมต่อไทยผ่านช่องทางเงินทุนเคลื่อนย้ายและบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก หากกระแส “Santa Claus rally” ช่วงปลายปีในตลาดสหรัฐดำเนินต่อไป มีโอกาสหนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียรวมถึงตลาดหุ้นไทย ขณะเดียวกันราคาทองคำที่สูงเป็นประวัติการณ์ยังเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ผู้ส่งออกทองของไทย แต่ก็อาจเพิ่มต้นทุนการนำเข้าทองสำหรับภาคอุตสาหกรรมในประเทศด้วย
ที่มา: https://www.cnbc.com/2025/12/23/stock-market-today-live-updates.html








