หุ้น Intel ร่วงลงราว 13% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดวันศุกร์ หลังบริษัทเปิดเผยคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 1/2026 อ่อนแอกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมิน แม้ผลประกอบการไตรมาส 4/2025 ทั้งรายได้และกำไรออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์
Intel รายงานกำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุง (adjusted EPS) ไตรมาส 4 ที่ 0.15 ดอลลาร์ สูงกว่าที่ LSEG คาดไว้ที่ 0.08 ดอลลาร์ต่อหุ้น ขณะที่รายได้อยู่ที่ 13.7 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าประมาณการที่ 13.4 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนความต้องการที่แข็งแกร่งในธุรกิจศูนย์ข้อมูลและ AI
อย่างไรก็ตาม สำหรับไตรมาส 1/2026 บริษัทคาดว่ารายได้จะอยู่ในช่วง 11.7–12.7 พันล้านดอลลาร์ และกำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงใกล้จุดคุ้มทุน ต่ำกว่าที่ตลาดคาดรายได้ 12.51 พันล้านดอลลาร์ และกำไร 0.05 ดอลลาร์ต่อหุ้น กดดันให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและนักวิเคราะห์ต่อแนวโน้มระยะสั้นอ่อนตัวลง
มุมมองนักวิเคราะห์: อุปทานตึงตัว–Foundry ยังต้องรอปลายทศวรรษ
นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่าข้อจำกัดด้านอุปทานของ Intel เป็นปัจจัยฉุดรายได้ในไตรมาสปัจจุบัน โดยระบุว่าหากไม่มีข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต ยอดขายโดยเฉพาะในฝั่ง AI server น่าจะเติบโตได้ดีกว่าปกติ ขณะเดียวกัน บางสำนักคาดว่าแรงกดดันด้านอุปทานน่าจะผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาสมีนาคม และบริษัทได้เริ่มดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหานี้แล้ว
หลายรายชี้ให้เห็นสัญญาณเชิงบวกในธุรกิจ Data Center และ AI ของ Intel โดยระบุว่า segment DCAI ของบริษัทเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจนแบบไตรมาสต่อไตรมาส จากอุปสงค์ CPU สำหรับงาน AI data center ที่สูงกว่าคาด นอกจากนี้ มองเป็นบวกต่อการเดินหน้าของกระบวนการผลิต 18A และการเตรียมรับคำสั่งซื้อเทคโนโลยี 14A ซึ่งคาดว่าจะเริ่มมีการตัดสินใจจากลูกค้าในช่วงครึ่งหลังปี 2026 และทยอยสร้างรายได้ให้ธุรกิจ Foundry ในระยะยาว
อย่างไรก็ดี ภาพรวมมุมมองของนักวิเคราะห์ยังคงระมัดระวัง ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า ในบรรดานักวิเคราะห์ 47 รายที่ติดตามหุ้น Intel มี 33 รายให้คำแนะนำ “ถือ” ขณะที่มีเพียง 8 รายให้มุมมอง “ซื้อ” หรือ “ซื้ออย่างแข็งแกร่ง” และอีก 6 รายประเมิน “ต่ำกว่าตลาด” หรือ “ขาย”
ด้านราคาเป้าหมาย แม้ส่วนใหญ่ปรับขึ้นตามการฟื้นตัวของธุรกิจ server และความคืบหน้าด้าน Foundry แต่ยังสะท้อน downside จากระดับราคาปิดวันพฤหัสบดี โดย Stifel ให้ราคาเป้าหมาย 42 ดอลลาร์, Jefferies และ Evercore ISI ที่ 45 ดอลลาร์, Cantor Fitzgerald ที่ 45 ดอลลาร์, Citi และ Mizuho ที่ 48 ดอลลาร์, RBC Capital Markets ที่ 48 ดอลลาร์ และ Roth ที่ 50 ดอลลาร์ ขณะที่ KeyBanc Capital Markets เป็นหนึ่งในไม่กี่รายที่ยังแนะนำ “overweight” พร้อมให้ราคาเป้าหมายสูงที่ 65 ดอลลาร์
นักวิเคราะห์เตือนว่าในระยะต่อจากนี้ Intel ยังต้องเผชิญแรงกดดันต่ออัตรากำไร (margin) จากต้นทุนการเร่ง ramp เทคโนโลยี 18A ที่อัตราผลิตได้ (yield) ยังไม่อยู่ในระดับที่เหมาะสม ขณะที่รายได้จากลูกค้า Foundry รายใหญ่ รวมถึงเทคโนโลยี 14A น่าจะต้องใช้เวลาจนถึงช่วงปลายทศวรรษก่อนจะมีนัยสำคัญต่อโครงสร้างรายได้ของบริษัท โดยมองว่าการฟื้นตัวของปัจจัยพื้นฐานจริงและความชัดเจนของฐานลูกค้า Foundry จะเป็นตัวกำหนดทิศทางหุ้นในระยะกลางถึงยาว








