สหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดี Donald Trump เดินหน้าผลักดันกรอบข้อตกลงความร่วมมือกับ Greenland โดยมีประเด็นสิทธิ์ในทรัพยากรแร่รวมอยู่ในดีล ซึ่งถูกมองว่าเป็นอีกก้าวเชิงยุทธศาสตร์เพื่อสกัดกั้นการเข้าถึงแร่ rare earth ของจีนบนเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
Trump เปิดเผยกับ CNBC ระหว่างการประชุม World Economic Forum ที่ Davos ว่ากรอบข้อตกลง Greenland จะรวมเรื่องสิทธิ์ในแร่ให้กับสหรัฐฯ และพันธมิตรบางประเทศ ซึ่งคาดว่าจะรวมถึงชาติสมาชิก NATO แม้รัฐบาลสหรัฐฯ จะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม โดยทำเนียบขาวระบุเพียงว่ารายละเอียดจะถูกเผยแพร่เมื่อทุกฝ่ายสรุปข้อตกลงเสร็จสิ้น
Greenland บนสมรภูมิแร่ยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ-จีน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวของสหรัฐฯ ที่ต้องการลดการพึ่งพา supply chain ด้าน rare earth จากจีน หลังจีนครองส่วนแบ่งสำคัญของตลาดโลกและเคยจำกัดการส่งออกในช่วงพิพาทการค้า แร่ rare earth เป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับแม่เหล็กประสิทธิภาพสูงที่ใช้ในอุตสาหกรรมยุทโธปกรณ์ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์อื่น ๆ
ข้อมูลของ U.S. Geological Survey ปี 2024 ระบุว่า Greenland มีปริมาณสำรอง rare earth ราว 1.5 ล้านตัน จัดเป็นอันดับที่ 8 ของโลก ขณะที่จีนมีความเชื่อมโยงทางการเงินอยู่แล้วกับโครงการเหมือง Kvanefjeld ทางใต้ของ Greenland ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่ง rare earth บนบกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผ่านการลงทุนของ Shenghe Resources ใน Energy Transition Minerals ผู้ถือกรรมสิทธิ์โครงการจากออสเตรเลีย อย่างไรก็ดี โครงการดังกล่าวหยุดชะงักหลัง Greenland ออกกฎหมายห้ามทำเหมืองยูเรเนียมในปี 2021 และปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนข้อพิพาททางกฎหมาย
อีกด้านหนึ่ง โครงการ Tanbreez ทางตอนใต้ของ Greenland ซึ่งดำเนินการโดย Critical Metals ที่จดทะเบียนใน New York ก็ถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งแหล่ง rare earth ขนาดใหญ่ระดับโลก โดยเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา Critical Metals ได้รับจดหมายแสดงความสนใจจาก Export-Import Bank of the United States ที่อาจนำไปสู่เงินกู้มูลค่า 120 ล้านดอลลาร์เพื่อพัฒนาโครงการ ส่งผลให้ราคาหุ้นบริษัทพุ่งขึ้นราว 21% ในวันพฤหัสบดี และปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่านับตั้งแต่ต้นปี
ไม่เพียงรัฐบาล Trump เท่านั้นที่กังวลเรื่องการเข้าถึงทรัพยากรของจีนใน Greenland รัฐบาล Biden ก่อนหน้านี้ก็เคยล็อบบี้ผู้พัฒนาโครงการ Tanbreez ไม่ให้ขายสินทรัพย์ให้บริษัทที่มีความเชื่อมโยงกับจีน ก่อนที่โครงการจะถูกเข้าซื้อโดย Critical Metals ในที่สุด สะท้อนการดำเนินนโยบายต่อเนื่องของสหรัฐฯ ในการกันจีนออกจากสินทรัพยากรยุทธศาสตร์ในภูมิภาค Arctic
นักวิเคราะห์จาก Adamas Intelligence มองว่ากรอบข้อตกลงที่จะให้สหรัฐฯ มีสิทธิ์เข้าถึง rare earth ของ Greenland ในลำดับต้น ๆ อาจช่วยป้องกันไม่ให้จีนหรือผู้เล่นรายอื่นกลับมาเจรจาพัฒนาแหล่งแร่เหล่านี้ในอนาคต แม้ในระยะสั้นสหรัฐฯ จะยังไม่จำเป็นต้องพึ่งพา supply จาก Greenland มากนัก เนื่องจากรัฐบาลได้เร่งสร้างห่วงโซ่อุปทาน rare earth ของตนเอง โดยเฉพาะข้อตกลงกับผู้ผลิตแร่ MP Materials ที่รวมทั้งการถือหุ้น การกำหนดราคา floor และสัญญาซื้อระยะยาวกับกระทรวงกลาโหม
อย่างไรก็ตาม เศรษฐศาสตร์ของการทำเหมืองใน Greenland ยังเผชิญอุปสรรคสำคัญ ทั้งตำแหน่งที่ตั้งห่างไกล โครงสร้างพื้นฐานจำกัด ต้นทุนพัฒนาและขนส่งสูง รวมถึงข้อจำกัดด้านแรงงานจากจำนวนประชากรที่น้อยจำเป็นต้องดึงบุคลากรฝีมือจากต่างพื้นที่ ขณะที่ภูมิประเทศที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งลึกยิ่งเพิ่มความท้าทายด้านต้นทุนการผลิต แม้จะมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในระยะยาวสำหรับสงครามทรัพยากรระหว่างมหาอำนาจก็ตาม
ที่มา: https://www.cnbc.com/2026/01/23/trump-greenland-china-rare-earth-mineral.html








