อินเดียและสหภาพยุโรป (EU) บรรลุข้อตกลงการค้าเสรีครั้งใหญ่ ยกเลิกและลดภาษีกว่า 90% ของมูลค่าสินค้าที่ซื้อขายระหว่างกัน โดยคาดว่าจะหนุนการส่งออก สร้างงานจำนวนมากในอินเดีย และเพิ่มโอกาสทางการค้าของยุโรปในเอเชียอย่างมีนัยสำคัญ
ตามเงื่อนไขหลักของข้อตกลง อินเดียจะทยอยลดภาษีนำเข้ารถยนต์ยุโรปจากราว 110% เหลือ 10% และยกเลิกภาษีชิ้นส่วนรถยนต์ในช่วง 5-10 ปี รวมถึงลดภาษีสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญจากยุโรป เช่น เครื่องจักร เคมีภัณฑ์ ยา และสินค้าเกษตรมูลค่าสูงอย่างไวน์และน้ำมันมะกอก ขณะที่ EU จะลดหรือยกเลิกภาษีสิ่งทอ เสื้อผ้า หนัง ผลิตภัณฑ์ประมง รองเท้า เคมีภัณฑ์ พลาสติก ของเล่น อุปกรณ์กีฬา รวมถึงอัญมณีและเครื่องประดับจากอินเดียจนเหลือศูนย์ สำหรับมากกว่า 90% ของรายการสินค้า
คณะกรรมาธิการยุโรปประเมินว่าข้อตกลงนี้จะช่วยลดภาษีที่ผู้ส่งออกยุโรปต้องจ่ายให้กับอินเดียราว 4,000 ล้านยูโรต่อปี และทำให้การส่งออกยุโรปไปอินเดียมีโอกาสเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในปี 2032 ขณะที่อินเดียจะได้ “preferential access” เข้าสู่ตลาดยุโรปสำหรับสินค้าจากภาคการจ้างงานสูง มูลค่าราว 33,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกเก็บภาษีในอัตรา 4%-26%
แรงจูงใจ อินเดีย-ยุโรป และผลกระทบต่อตลาด
ดีลนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ผู้ส่งออกอินเดียเผชิญแรงกดดันจากการที่สหรัฐเก็บภาษีนำเข้าสินค้าบางรายการในอัตราสูงถึง 50% ทำให้ New Delhi เร่งหาตลาดทางเลือกเพื่อลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐ โดย EU ซึ่งเป็นหนึ่งในคู่ค้าใหญ่สุดของอินเดีย จึงกลายเป็นเป้าหมายสำคัญ แม้ปัจจุบันอินเดียยังเป็นเพียงคู่ค้าอันดับ 9 ของ EU คิดเป็น 2.4% ของมูลค่าการค้าสินค้าทั้งหมดของกลุ่ม
ในตลาดหุ้นอินเดีย ข่าวข้อตกลงดังกล่าวกดดันหุ้นผู้ผลิตรถยนต์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศ เนื่องจากต้องเผชิญการแข่งขันจากสินค้ายุโรปมากขึ้น ราคาหุ้นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ทั้ง Maruti Suzuki, Hyundai Motor India, Tata Motors และ Mahindra & Mahindra ปรับตัวลงราว 1%-4% ขณะที่ผู้ผลิตไวน์และเบียร์อย่าง Sula Vineyards, United Breweries และ United Spirits ก็ปิดลบกว่า 2%-4%
รัฐบาลอินเดียมองว่าการเปิดตลาดครั้งนี้จะทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงรถยนต์เทคโนโลยีสูงในราคาที่แข่งขันได้มากขึ้น และหวังว่าการเปิดทางการค้าแบบต่างตอบแทนจะช่วยให้รถยนต์ที่ผลิตในอินเดียมีโอกาสเข้าสู่ตลาด EU มากขึ้น นอกจากนี้ อินเดียและ EU ยังเตรียมจัดทำกรอบอำนวยความสะดวกด้านการเคลื่อนย้ายแรงงานชั่วคราวสำหรับผู้เชี่ยวชาญ นักธุรกิจ และผู้ให้บริการมืออาชีพ ซึ่งคาดว่าจะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อภาค IT services และบริการมืออาชีพของอินเดีย
ผลเชิงโครงสร้างที่สำคัญอีกด้านคือศักยภาพในการสร้างงาน โดยเฉพาะในภาคสิ่งทอและเสื้อผ้า ซึ่งรัฐบาลอินเดียประเมินว่าเพียงภาคนี้ภาคเดียวอาจเพิ่มการจ้างงานได้ราว 6-7 ล้านตำแหน่งเมื่อข้อตกลงมีผลเต็มรูปแบบ ขณะที่การค้าสินค้าระหว่างอินเดียกับ EU ในปีงบประมาณ 2025 มีมูลค่าแล้วกว่า 11.5 ล้านล้านรูปี (ประมาณ 136,000 ล้านดอลลาร์) โดยอินเดียเกินดุลการค้ากับยุโรปจากการส่งออก 75,850 ล้านดอลลาร์ และนำเข้า 60,680 ล้านดอลลาร์
สำหรับไทย ข้อตกลงนี้อาจเพิ่มแรงแข่งขันในตลาด EU โดยเฉพาะหมวดสิ่งทอ เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องหนัง อัญมณี และผลิตภัณฑ์ประมง ซึ่งเป็นสินค้าหลักของผู้ส่งออกไทยเช่นกัน ขณะเดียวกัน การที่อินเดียลดภาษีนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมและเกษตรยุโรปอย่างมาก อาจทำให้สินค้าจากไทยในตลาดอินเดียเผชิญแรงกดดันด้านราคาเพิ่มขึ้น หากไทยยังไม่มีความตกลงการค้าเสรีรูปแบบใกล้เคียงกับอินเดียในสองตลาดสำคัญนี้
ที่มา: https://www.cnbc.com/2026/01/27/india-eu-trade-deal-tariffs-exports.html








