ธนาคารลงทุน Morgan Stanley มองว่ากลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนหุ่นยนต์ในจีนจะเป็นผู้ได้ประโยชน์ระยะแรกจากกระแส humanoid robots ที่กำลังเร่งตัว หลัง Elon Musk ประกาศปิดสายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าบางรุ่นของ Tesla ในสหรัฐ เพื่อปรับโรงงานในแคลิฟอร์เนียให้มาผลิตหุ่นยนต์ Optimus แทน
รายงานของ Morgan Stanley ลงวันที่ 21 ม.ค. ระบุว่า ในระยะเริ่มต้นของอุตสาหกรรมนี้ ปริมาณการผลิตหุ่นยนต์จะสูงกว่ายอดขายอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากผู้เล่นหลักยังต้องผลิตหุ่นยนต์จำนวนมากเพื่อใช้เทรนและทดสอบภายใน ส่งผลให้ตลาดชิ้นส่วนมีโอกาสเข้าสู่การผลิตระดับใหญ่ได้เร็วกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้า
หุ้น Leaderdrive บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนหุ่นยนต์ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นหนึ่งในหุ้นโปรดของ Morgan Stanley ปรับตัวขึ้นมากกว่า 7.5% เมื่อวันศุกร์ หลังบริษัทเปิดเผยประมาณการเบื้องต้นว่ากำไรสุทธิปี 2025 จะมากกว่า 58.8 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าจากปีก่อน บริษัทระบุว่าลูกค้าในกลุ่ม “smart robot” กำลังย้ายจากขั้นวิจัยสู่การผลิตระดับเล็ก และอยู่ระหว่างเจรจาเชิงลึกกับพันธมิตรต่างประเทศหลายราย
ชี้ 3 หุ้นชิ้นส่วนเด่น รับอานิสงส์ Optimus–Iron
Morgan Stanley คาดว่า Leaderdrive จะได้อานิสงส์จาก humanoid robots มากที่สุด โดยสัดส่วนรายได้จากธุรกิจหุ่นยนต์อาจเพิ่มขึ้นเป็นราว 30% ในปีหน้า จาก 25% ที่คาดไว้ในปี 2026 และ 15% ในปีก่อนหน้า สะท้อนการขยายตัวของคำสั่งซื้อชิ้นส่วนในห่วงโซ่อุปทานหุ่นยนต์
ธนาคารยังแนะนำหุ้น Inovance Technology ที่จดทะเบียนในเซินเจิ้น โดยมองว่าปัจจุบันรายได้หลักยังมาจากธุรกิจ automation อุตสาหกรรมทั่วไป แต่บริษัทกำลังพัฒนาชิ้นส่วนเชิงกลสำคัญสำหรับ humanoids เช่น screw และ linear actuator ซึ่งเป็นกลไกแปลงการเคลื่อนที่แบบหมุนเป็นแนวเส้น และมองว่าการใช้โซลูชันแบบ linear + rotary จะเริ่มเข้าสู่เชิงพาณิชย์ในโมเดลอย่าง Tesla Optimus และ Xpeng Iron ราวปี 2026–2027 เนื่องจาก linear actuator มีต้นทุนถูกกว่า ทำให้มีโอกาสถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย
อีกหุ้นที่ Morgan Stanley มองว่าจะได้ประโยชน์คือ Jiangsu Hengli Hydraulic ที่เน้นผลิต screw โดยรายงานประเมินว่ารายได้จากเซ็กเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับ humanoid robots ซึ่งปีนี้มีสัดส่วนราว 1% ของรายได้ทั้งหมด มีแนวโน้มเพิ่มเป็น 2% ในปีหน้า ตามการเติบโตของคำสั่งซื้อชิ้นส่วน
Morgan Stanley ปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดขาย humanoid robots ในจีนปีนี้เป็น 28,000 หน่วย เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากประมาณการ 14,000 หน่วยเมื่อเดือนธันวาคม ขณะที่ Musk ระบุที่ World Economic Forum เมืองดาโวสว่า Tesla ตั้งเป้าขาย Optimus ให้บุคคลทั่วไปภายในสิ้นปี 2027 และวางแผนผลิต humanoid robots ให้ได้ปีละ 1 ล้านหน่วยในระยะยาว
อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรม humanoid ยังอยู่ในช่วงตั้งไข่ แม้ความนิยมด้านสันทนาการ เช่น การจัดชกมวยหุ่นยนต์และงานโชว์เทคโนโลยีจะเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ชัดเจนว่าการใช้งานในที่สาธารณะจะเผชิญกฎเกณฑ์เพิ่มเติมหรือไม่ และบริษัทใดจะอยู่รอดในระยะยาว รายงานของ Morgan Stanley ระบุว่าความคืบหน้าของ Tesla Optimus เป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญต่อราคาหุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนหุ่นยนต์ในจีนตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา โดยข่าวลือความล่าช้าของ Optimus เคยกดดันให้หุ้นกลุ่มนี้ร่วงลง
ดัชนีผู้ผลิตชิ้นส่วนหุ่นยนต์จีน 110 บริษัทของ Wind Information ร่วงมากกว่า 2% เมื่อวันพฤหัสบดี ก่อนจะดีดกลับมาปิดบวกในวันศุกร์ ดัชนีดังกล่าวให้ผลตอบแทนสะสมราว 48% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา สูงกว่าดัชนี CSI 300 ที่ปรับขึ้นราว 25% ในช่วงเดียวกัน สะท้อนความคาดหวังของนักลงทุนต่อโอกาสเติบโตของกลุ่ม humanoid robot components แม้ความไม่แน่นอนด้านเทคโนโลยีและกฎระเบียบยังคงสูงอยู่ก็ตาม








