หุ้นของ Cisco Systems สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ หลังราคาหุ้นพุ่งขึ้นเหนือจุดสูงสุดในยุคฟองสบู่ดอตคอมเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2000 เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 26 ปี สะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างจากผู้ผลิตฮาร์ดแวร์เครือข่าย สู่บริษัทเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ บริการ และธีมการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) มากขึ้นอย่างชัดเจน
ย้อนกลับไปหลังฟองสบู่ดอตคอมแตก ราคาหุ้น Cisco เคยร่วงลงเกือบ 90% จากจุดสูงสุดในปี 2000 ก่อนจะลงไปทำจุดต่ำสุดราว 8.60 ดอลลาร์ (ปรับด้วยการแตกพาร์แล้ว) เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2002 อย่างไรก็ดี ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หุ้นได้ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง จนราคาปัจจุบันบริเวณราว 82 ดอลลาร์ เริ่มเข้าใกล้กรอบราคาเป้าหมายใหม่ของนักวิเคราะห์บางสำนัก
โครงสร้างธุรกิจใหม่ หนุนรายได้ประจำและธีม AI
ในปัจจุบัน Cisco ลดการพึ่งพารายได้จากการขายฮาร์ดแวร์แบบครั้งเดียว หันมาสร้างรายได้ประจำ (recurring revenue) จากซอฟต์แวร์และบริการมากขึ้น ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจความปลอดภัยไซเบอร์ (cybersecurity), การมอนิเตอร์ระบบ (observability) ไปจนถึงการบริหารจัดการคลาวด์ (cloud management)
ดีลซื้อกิจการ Splunk มูลค่าราว 28,000 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นหมากสำคัญที่ช่วยต่อยอดด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและระบบรักษาความปลอดภัยเชิงลึก ซึ่งเป็นหัวใจของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในยุค AI
ขณะเดียวกัน ในฝั่งโครงสร้างพื้นฐาน AI บริษัทเร่งขยายบทบาทในศูนย์ข้อมูล (data center) ขนาดใหญ่ ด้วยการเปิดตัว Ethernet switch รุ่นใหม่ที่ใช้ชิปจาก Nvidia เพื่อรองรับระบบ AI ระดับองค์กร โดย Cisco ระบุว่าเพียงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ยอดสั่งซื้อโครงสร้างพื้นฐาน AI จากลูกค้ากลุ่ม hyperscaler แตะระดับ 1,300 ล้านดอลลาร์ และมีแนวโน้มเร่งตัวต่อในปีถัดไป
มุมมองหุ้นยังแตกต่าง ราคาสะท้อนอนาคตไปมากแค่ไหน
อย่างไรก็ดี มุมมองต่อตัวหุ้น Cisco ยังแบ่งออกเป็นสองฝั่ง นักลงทุนบางส่วนมองว่าระดับราคาปัจจุบันที่ซื้อขายราว 20 เท่าของกำไรปีนี้ และ 18 เท่าของกำไรปีหน้า ได้สะท้อนการเติบโตในอนาคตไปมากแล้ว ขณะที่ประมาณการกำไรต่อหุ้นยังคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยเพียงราว 8% ต่อปี ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของดัชนี S&P 500 ทำให้ผู้ที่เข้าซื้อในระดับนี้ต้องคาดหวังว่าผลประกอบการจริงในไตรมาสถัด ๆ ไปจะออกมาดีกว่าที่ตลาดประเมินไว้
ในอีกด้านหนึ่ง ฝั่งมุมมองเชิงบวกเริ่มเด่นชัดขึ้น นักวิเคราะห์ของ UBS ยกให้ Cisco เป็นหนึ่งใน “out-of-consensus top pick” โดยมองว่าตลาดยังตีมูลค่าหุ้นต่ำเกินไปในฐานะ “AI loser” ทั้งที่สัญญาณจากซัพพลายเชนชี้ว่าคำสั่งซื้อที่เกี่ยวข้องกับ AI อาจพุ่งเกิน 4,000 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2026 จากราว 2,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 ซึ่งเปิดโอกาสให้กำไรจริงออกมาดีกว่าคาด และนำไปสู่การปรับเพิ่มประมาณการในอนาคต
ด้าน Evercore ISI เพิ่งปรับคำแนะนำหุ้น Cisco เป็น outperform พร้อมขยับราคาเป้าหมายจาก 80 เป็น 100 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นอัพไซด์ราว 22% จากระดับปัจจุบัน โดยประเมินว่าการฟื้นตัวของธุรกิจเครือข่ายหลัก ควบคู่กับดีมานด์ AI ที่เร่งตัว จะช่วยให้บริษัทรักษาการเติบโตรายได้ระดับ high single digit และผลักดันกำไรต่อหุ้นเติบโตเป็นเลขสองหลักระดับต้น ๆ ต่อเนื่องหลายปี
ที่สำคัญ Evercore ISI มองว่าหุ้น Cisco มีลักษณะเป็น “defensive tech” หรือหุ้นเทคโนโลยีเชิงรับ ที่ยังมีโอกาสเห็นกำไรต่อหุ้นทะลุ 5 ดอลลาร์ และรักษา valuation ใกล้ 20 เท่าของกำไรได้ในระยะถัดไป ซึ่งยังถือว่าต่ำมาก หากเทียบกับระดับกว่า 126 เท่าที่นักลงทุนเคยยอมจ่ายในช่วงฟองสบู่ดอตคอมเมื่อปี 2000








