ตลาดหุ้นสหรัฐในคืนนี้ถูกจับตาเป็นพิเศษ เมื่อ Amazon เตรียมรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 หลังปิดตลาดวันพฤหัสบดี ท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายที่ดัชนี S&P 500 ยังยืนใกล้ระดับสูงสุดใหม่ แม้เผชิญแรงขายต่อเนื่องเป็นวันที่สองติดต่อกัน โดยแรงพยุงหลักมาจากหุ้นกลุ่มพลังงานและ Health Care ที่ยังเดินหน้าทำสถิติสูงสุดอย่างต่อเนื่อง
Amazon–Alphabet–Qualcomm เขย่าหุ้นเทคโนโลยี
ก่อนการประกาศงบ หุ้น Amazon ปรับตัวลดลงล่วงหน้าราว 2.4% และราคาหุ้นในปัจจุบันลดลงประมาณ 10% จากจุดสูงสุดในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา นักลงทุนกำลังรอประเมินทั้งตัวเลขผลประกอบการและแนวโน้มธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ รวมถึงบริการคลาวด์ (Cloud Computing) ซึ่งถือเป็นตัวชี้ทิศทางรอบใหม่ของหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่
ขณะเดียวกัน Alphabet เพิ่งรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ออกมาดีกว่าคาดทั้งกำไรและรายได้ อย่างไรก็ตาม หุ้นกลับอ่อนตัวราว 1% ในการซื้อขายนอกเวลา หลังบริษัทส่งสัญญาณแผนลงทุน (Capital Expenditures) ปี 2026 สูงถึง 175,000–185,000 ล้านดอลลาร์ เกือบเท่าตัวจากปี 2025 แม้ราคาหุ้นจะเพิ่งทำจุดสูงสุดใหม่เมื่อวันอังคาร และยังปรับขึ้นกว่า 6% นับตั้งแต่ต้นปี
ด้าน Qualcomm รายงานกำไรและรายได้ไตรมาสแรกของปีงบประมาณสูงกว่าที่ตลาดคาด แต่แนวโน้มผลประกอบการล่วงหน้ากลับต่ำกว่าความหวังของนักลงทุน ส่งผลให้หุ้นร่วงแรงถึง 9% ในการซื้อขายหลังปิดตลาด สะท้อนความกังวลต่อความต้องการชิปและการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
พลังงาน – Health Care นำตลาด สะท้อนแรงหมุนหุ้น
ในอีกด้านหนึ่ง กลุ่มพลังงานยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของตลาด โดยดัชนี S&P Energy Sector พุ่งขึ้นมากกว่า 2% ทำสถิติสูงสุดใหม่ และให้ผลตอบแทนแล้วราว 18% ตั้งแต่ต้นปี หุ้นหลักอย่าง Marathon Petroleum, Valero, ExxonMobil และ Baker Hughes ต่างปรับตัวขึ้นราว 20% ขณะที่บางตัวให้ผลตอบแทนโดดเด่นกว่านั้น
ฝั่งกลุ่ม Health Care โดยเฉพาะหุ้นยา ได้แรงหนุนจากความคืบหน้าร่างกฎหมายงบประมาณสหรัฐที่มีเป้าหมายลดราคายาในระยะยาว หุ้น Merck ปรับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ ขณะที่ Eli Lilly ทะยานแรงหลังรายงานงบแข็งแกร่ง ส่งผลให้ iShares U.S. Pharmaceuticals ETF ปิดบวกเกือบ 3% และทำสถิติสูงสุดเช่นกัน
ที่มา: https://www.cnbc.com/2026/02/04/thursdays-big-stock-stories-whats-likely-to-move-the-market.html








