Alphabet บริษัทแม่ของ Google รายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2025 ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดทั้งรายได้และกำไร ตอกย้ำว่าการเร่งลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เริ่มส่งผลเชิงบวกต่อธุรกิจหลัก ขณะที่นักลงทุนเริ่มคลายความกังวลต่อภาระค่าใช้จ่ายลงทุนที่เพิ่มสูง หลังเห็นการเติบโตเร่งตัวของทั้งธุรกิจ Search และ Cloud อย่างชัดเจน
บริษัทเปิดเผยว่า รายได้ในไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม เพิ่มขึ้น 18% แตะระดับ 113.83 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ของ LSEG คาดไว้ที่ 111.43 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรต่อหุ้น (EPS) เพิ่มขึ้น 31% มาอยู่ที่ 2.82 ดอลลาร์ สูงกว่าคาดที่ 2.63 ดอลลาร์ ส่งผลให้ธุรกิจหลักทั้ง Search, Network และ Cloud เติบโตเกินคาด แม้รายได้จากโฆษณา YouTube และกลุ่ม Subscriptions, Platforms and Devices จะออกมาต่ำกว่าคาดเล็กน้อยก็ตาม
อย่างไรก็ดี กำไรจากการดำเนินงานยังต่ำกว่าที่ตลาดประเมินไว้ เนื่องจากอัตรากำไรจากการดำเนินงานอ่อนตัวลง แต่ด้วยกระแสเงินสดที่ยังแข็งแกร่ง ทำให้น้ำหนักความสนใจของนักลงทุนในขณะนี้ หันไปโฟกัสที่แนวโน้มค่าใช้จ่ายลงทุน (Capex) ในระยะถัดไปเป็นสำคัญ
ลงทุน AI–Cloud พุ่ง แต่ตลาดโฟกัส “ผลตอบแทน”
Alphabet คาดว่าเม็ดเงินลงทุน (Capital Expenditures) ในปี 2026 จะอยู่ในช่วง 175,000–185,000 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์ที่ราว 115,000 ล้านดอลลาร์ และคิดเป็นเกือบสองเท่าของการลงทุนในปี 2025 ที่ 91,000 ล้านดอลลาร์ โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนเพื่อขยายขีดความสามารถด้าน AI
ทิศทางดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นซัพพลายเออร์เทคโนโลยีสำคัญอย่าง Broadcom และ Nvidia ปรับตัวขึ้นในการซื้อขายนอกเวลาทำการ สะท้อนมุมมองของตลาดว่า การใช้จ่ายของผู้ให้บริการ Cloud รายใหญ่จะยังไหลต่อไปยังผู้ผลิตชิปและอุปกรณ์ AI อย่างต่อเนื่อง
ฝ่ายบริหารระบุว่า ในปี 2025 เงินลงทุนราว 60% ถูกใช้ไปกับ machine line servers ขณะที่อีก 40% ลงทุนในสินทรัพย์ระยะยาว เช่น ศูนย์ข้อมูล (รวมอาคาร) และอุปกรณ์เครือข่าย และคาดว่าสัดส่วนในปี 2026 จะใกล้เคียงกัน ทำให้ตลาดเริ่มมองว่าประเด็นสำคัญไม่ใช่ “ระดับการใช้จ่ายที่สูง” แต่เป็น “ผลตอบแทนจากการลงทุน” ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกจากการเติบโตของรายได้
AI ไม่ได้แย่ง Search แต่ช่วยหนุนการใช้งาน
ความกังวลก่อนหน้านี้ว่า AI อาจเข้ามาแย่งหรือกระทบรายได้จาก Search เริ่มลดลง หลัง Alphabet เปิดเผยว่า Gemini app มีผู้ใช้งานต่อเดือนมากกว่า 750 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้นถึง 100 ล้านบัญชีจากไตรมาสก่อน และโมเดล Gemini ประมวลผลมากกว่า 10,000 ล้านโทเคนต่อนาที
อย่างไรก็ตาม การใช้งาน Google Search กลับทำสถิติสูงสุดรายไตรมาส สะท้อนว่า AI ทำหน้าที่เป็นแรงหนุนปริมาณการค้นหา มากกว่าจะเข้ามาทดแทนบริการเดิม
ผลสะเทือนถึงไทยและซัพพลายเชนเอเชีย
สำหรับผลกระทบต่อไทย การที่ Alphabet เร่งลงทุนขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI และ Cloud ทั่วโลก มีแนวโน้มช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือดิจิทัลที่ภาคธุรกิจไทยและสตาร์ทอัพใช้งาน ทั้งด้านโฆษณาออนไลน์ การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) และบริการ Cloud
ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และฮาร์ดแวร์ในภูมิภาค ซึ่งอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของ Broadcom และ Nvidia ก็อาจได้รับอานิสงส์จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น ตามรอบการลงทุน AI ของกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ








