ยอดขายบ้านมือสองในสหรัฐเดือนมกราคมร่วงลงแรง 8.4% จากเดือนธันวาคม สู่ระดับปรับฤดูกาลแบบปีต่อปีที่ 3.91 ล้านหน่วย ต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาด และเป็นการชะลอตัวรายเดือนมากที่สุดนับตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2022 สะท้อนแรงกดดันใหม่ต่อภาคอสังหาริมทรัพย์จากปัญหากำลังซื้อและภาวะขาดแคลนซัพพลาย
ยอดขายทรุดท่ามกลางดอกเบี้ยทรงตัว ซัพพลายตึงตัว
National Association of Realtors (NAR) ระบุว่ายอดขายดังกล่าวต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.4% และเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ธันวาคม 2023 โดยข้อมูลอิงจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ปิดดีลในเดือนมกราคม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสัญญาที่ทำไว้ตั้งแต่พฤศจิกายน-ธันวาคม ขณะนั้นอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยคงที่อายุ 30 ปีเคลื่อนไหวไม่มาก ก่อนจะปรับลดลงเล็กน้อยในมกราคม โดยปัจจุบันอยู่ราว 6.1% ตามข้อมูลของ Mortgage News Daily
หากแยกตามภูมิภาค ยอดขายลดลงทุกพื้นที่เมื่อเทียบรายเดือน โดยภาค South และ West หดตัวแรงที่สุด สวนทางกับดัชนี Housing Affordability ของ NAR ซึ่งชี้ว่าความสามารถในการซื้อบ้านดีขึ้นมาอยู่ในระดับดีที่สุดนับตั้งแต่มีนาคม 2022 จากปัจจัยรายได้แรงงานเติบโตเร็วกว่าราคาอสังหาริมทรัพย์ และดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านที่ลดลงจากปีก่อน แต่ซัพพลายยังตึงตัวและไม่สอดคล้องกับความต้องการ
สต็อกบ้านรอขายปลายเดือนมกราคมอยู่ที่ 1.22 ล้านหน่วย ลดลงจากเดือนธันวาคม แต่ยังสูงกว่าปีก่อน 3.4% เทียบกับอัตราการขายปัจจุบันคิดเป็นซัพพลาย 3.7 เดือน ขณะที่ระดับ 6 เดือนมักถูกมองว่าเป็นจุดสมดุลระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ภาวะซัพพลายจำกัดช่วยพยุงราคา โดยราคาเฉลี่ยกลางของบ้านที่ขายในเดือนมกราคมอยู่ที่ 396,800 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.9% จากปีก่อน และเป็นระดับสูงสุดสำหรับเดือนมกราคมเป็นประวัติการณ์
NAR ประเมินว่า นับจากมกราคม 2020 เป็นต้นมา เจ้าของบ้านทั่วไปในสหรัฐสร้าง “ความมั่งคั่งจากที่อยู่อาศัย” เพิ่มขึ้นราว 130,500 ดอลลาร์จากมูลค่าทรัพย์สินที่สูงขึ้น ส่งผลให้ฐานะทางการเงินของผู้ถือครองบ้านส่วนใหญ่ยังแข็งแรง แม้ภาวะตลาดจะชะลอตัวด้านปริมาณซื้อขาย
โครงสร้างดีมานด์เปลี่ยน ผู้ซื้อหันหาบ้านราคาสูง
อย่างไรก็ดี บ้านใช้เวลาขายในตลาดนานขึ้น โดยตัวเลขเฉลี่ยเดือนมกราคมอยู่ที่ 46 วัน ยาวนานกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 41 วัน สะท้อนการตัดสินใจซื้อที่ระมัดระวังมากขึ้น ท่ามกลางความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่อเศรษฐกิจที่อ่อนแรง
โครงสร้างดีมานด์ในตลาดยังโน้มเอียงไปทางบ้านระดับราคาแพง โดยยอดขายกลุ่มบ้านราคาเกิน 1 ล้านดอลลาร์เป็นเซ็กเมนต์เดียวที่เติบโตจากปีก่อน ขณะที่ยอดขายบ้านระดับต่ำกว่า 250,000 ดอลลาร์หดตัวมากที่สุด ด้านผู้ซื้อบ้านครั้งแรกมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 31% จาก 28% ในปีก่อน แต่กลุ่มผู้เช่าที่ยังไม่มีกำลังซื้อบ้านยังเข้าไม่ถึงประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ที่มา: https://www.cnbc.com/2026/02/12/january-homes-sales.html








