หุ้นหลายตัวในตลาดหุ้นสหรัฐเคลื่อนไหวแรงระหว่างการซื้อขายวันพฤหัสบดี นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ consumer ที่ตอบรับงบไตรมาสล่าสุดและแนวโน้มธุรกิจที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ขณะที่แรงขายเด่นเห็นได้ในหุ้นเทคโนโลยีบางรายและธุรกิจโลจิสติกส์ดั้งเดิมที่ถูกกังวลผลกระทบจาก AI
หุ้นเทคโนโลยี – consumer เด่น นำโดย Crocs, Cognex, Fastly
หุ้น Crocs พุ่งขึ้นราว 21% หลังบริษัทผู้ผลิตรองเท้า clogs รายงานประมาณการกำไรไตรมาสปัจจุบันดีกว่าที่ตลาดคาด โดยคาดกำไรปรับปรุงอยู่ที่ 2.67–2.77 ดอลลาร์ต่อหุ้น สูงกว่าที่ FactSet ประเมินไว้ที่ 2.52 ดอลลาร์ต่อหุ้น และให้แนวโน้มทั้งปีเหนือประมาณการของ Wall Street สะท้อนอุปสงค์ต่อสินค้าแฟชั่นกลุ่มนี้ที่ยังแข็งแรง
ฝั่งเทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรม หุ้น Cognex ผู้ผลิตระบบ machine vision พุ่งกว่า 37% หลังตัวเลขกำไรและรายได้ไตรมาสสี่ออกมาดีกว่าคาด พร้อมให้ guidance ไตรมาสปัจจุบันในเชิงบวก และระบุว่ามีความคืบหน้าในการพัฒนาเทคโนโลยีมองเห็นสำหรับระบบอุตสาหกรรมที่ผสาน AI ซึ่งนักลงทุนมองว่าเป็นแรงหนุนต่อการเติบโตระยะยาว
Fastly ผู้ให้บริการ cloud-computing เป็นอีกตัวที่โดดเด่น ราคาหุ้นทะยานเกือบ 75% หลังรายงานผลประกอบการดีกว่าคาดทุกด้าน โดยไตรมาสสี่มีกำไรปรับปรุง 0.12 ดอลลาร์ต่อหุ้น จากรายได้ 172.6 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดทั้งกำไรและรายได้ และให้กรอบรายได้ทั้งปี 700–720 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าประมาณการ LSEG ที่ 668 ล้านดอลลาร์ สะท้อนความเชื่อมั่นของบริษัทต่อการเติบโตของทราฟฟิกและลูกค้าองค์กร
แรงขายใน Cisco, AppLovin และหุ้น consumer บางตัว
ด้าน Cisco Systems กลับเผชิญแรงขาย หุ้นร่วงราว 12% แม้ตัวเลขไตรมาสสองจะดีกว่าคาดทั้งรายได้และกำไร แต่ตลาดผิดหวังต่อแนวโน้มผลประกอบการข้างหน้า หลังบริษัทเตือนว่าต้นทุนชิปหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นจะกดดันอัตรากำไรในระยะสั้น ทั้งยังหนุนให้หุ้นกลุ่มผู้ผลิตและจัดเก็บหน่วยความจำอย่าง Sandisk, Seagate Technology, Micron Technology และ Western Digital ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยบางตัวบวกได้ถึงสองหลักระหว่างวัน
AppLovin ผู้ให้บริการ mobile technology ถูกเทขายหนัก หุ้นดิ่ง 18% แม้กำไรและรายได้ไตรมาสสี่จะเหนือกว่าตลาด โดยทำกำไร 3.24 ดอลลาร์ต่อหุ้น จากรายได้ 1.66 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่ LSEG คาดทั้งคู่ แต่นักลงทุนยังไม่คลายกังวล หลังราคาหุ้นร่วงมาแล้ว 44% ตั้งแต่ต้นปี สะท้อนความเสี่ยงด้านการเติบโตและเม็ดเงินโฆษณาใน ecosystem มือถือ
ในกลุ่ม consumer และสินค้าอุปโภคบริโภค Lululemon ร่วงมากกว่า 3% หลังรายงานข่าวจาก Bloomberg ว่ากางเกงเลกกิ้งรุ่นใหม่ถูกวิจารณ์เรื่องความโปร่งคล้ายเหตุการณ์ก่อนหน้า ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อแบรนด์ที่กำลังพยายามกระตุ้นยอดขาย ขณะที่ Restaurant Brands เจ้าของ Burger King ร่วง 6% แม้ผลประกอบการจะดีกว่าคาดทั้งรายได้และกำไร เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบโดยเฉพาะเนื้อวัวที่สูงขึ้นกดกำไร และต้องเผชิญการแข่งขันรุนแรงในตลาดสหรัฐ
ความเคลื่อนไหวเด่นในหุ้นรายตัวอื่น และแรงกังวล AI ฉุดกลุ่มโลจิสติกส์
ด้านหุ้นรายตัวอื่น Anheuser-Busch InBev ปรับขึ้นเกือบ 5% หลังรายงานกำไรและรายได้ไตรมาสสี่สูงกว่าคาด, Equinix บวก 12% จากแนวโน้มรายได้และ EBITDA ทั้งปีเหนือคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ขณะที่ Zebra Technologies พุ่งเกือบ 13% หลังยอดขายไตรมาสสี่และแนวโน้มรายได้ปี 2026 สูงกว่าที่ตลาดประเมินไว้
ในทางกลับกัน Geo Group ผู้ดำเนินธุรกิจเรือนจำเอกชนร่วงประมาณ 18% หลังประกาศการเกษียณของ CEO พร้อมให้ผู้ก่อตั้งกลับมาเป็นผู้บริหารอีกครั้ง ท่ามกลางแนวโน้มกำไร EBITDA และรายได้ไตรมาสแรกที่ต่ำกว่าตลาดคาด และกลุ่มขนส่งโลจิสติกส์อย่าง C.H. Robinson Worldwide, Expeditors International และ RXO ต่างถูกขายหนัก 16–25% จากความกังวลว่าซอฟต์แวร์โลจิสติกส์ที่ใช้ AI จะเข้ามากัดส่วนแบ่งธุรกิจของผู้เล่นดั้งเดิมในระยะข้างหน้า
ที่มา: https://www.cnbc.com/2026/02/12/stocks-making-the-biggest-moves-midday-crox-csco-lulu-app.html








