Goldman Sachs ประเมินว่าหุ้นซอฟต์แวร์บางกลุ่มยังมีศักยภาพรับมือแรงกดดันจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้ โดยชู Snowflake, MongoDB, Shopify และ CrowdStrike ว่ามี “moat” ทางสถาปัตยกรรมที่ช่วยป้องกันการถูก AI disrupt ในระยะสั้นถึงกลาง
ภาพรวมการถูกเทขายหุ้นซอฟต์แวร์-ความเสี่ยงจาก AI
รายงานวิเคราะห์โดย Gabriela Borges ของ Goldman ระบุว่าหุ้นซอฟต์แวร์ใน S&P 500 เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ถูกขายหนักที่สุดในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จากความกังวลว่าเครื่องมือ AI จะรบกวนโมเดลรายได้แบบ subscription ต่อผู้ใช้งาน (per-seat) ของผู้เล่นซอฟต์แวร์รายใหญ่ และบีบอำนาจการตั้งราคาของบริษัทในอนาคต ขณะเดียวกัน ความเปลี่ยนแปลงรวดเร็วของเทคโนโลยี agentic AI ทำให้การประเมินมูลค่าปลายทางของหุ้น (terminal value) ทำได้ยากขึ้น
อย่างไรก็ดี Goldman มองว่าบริษัทซอฟต์แวร์กลุ่ม system of record (SoR) ซึ่งเป็นระบบหลักที่เก็บและบริหารข้อมูลอยู่เดิม ยังถือครองฐานข้อมูลประวัติย้อนหลังขนาดใหญ่และเชื่อถือได้ ซึ่งเป็นหัวใจที่โมเดล AI ต้องพึ่งพา โดยระบุว่าบริษัทอย่าง SAP, Salesforce, Oracle และ Workday ใช้เวลาหลายทศวรรษสร้างกระบวนการด้านการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล การกำกับดูแล และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ทำให้ AI ทำหน้าที่เป็นชั้น “intelligent layer” ที่เสริมความสามารถ มากกว่าจะเข้ามาแทนที่ระบบเหล่านี้โดยตรง
ในบริบทนี้ Goldman ระบุว่ายังคงมองหาหลักฐานว่าความเชี่ยวชาญเชิงอุตสาหกรรม (domain experience) สามารถยกระดับคุณภาพผลลัพธ์ของ agentic AI ได้จริง ควบคู่ไปกับการติดตามปัจจัยพื้นฐานของบริษัทว่าทรงตัวหรือมีแนวโน้มดีขึ้น ผ่านผลประกอบการรายไตรมาส
หุ้นเด่น: Snowflake, MongoDB, Shopify, CrowdStrike
ฝั่งหุ้นที่ถูกยกเป็นตัวเลือกลงทุน Goldman ชี้ไปที่ Snowflake, MongoDB, Shopify และ CrowdStrike ซึ่งบริษัทเชื่อว่ามีโครงสร้างธุรกิจและสถาปัตยกรรมเทคโนโลยีที่ได้เปรียบคู่แข่งในยุค AI แม้ว่าราคาหุ้นปีนี้จะเผชิญแรงกดดัน โดยหุ้น Snowflake ร่วงราว 20% และ Shopify ดิ่งประมาณ 30% นับจากต้นปี
แม้ราคาจะอ่อนตัว แต่ข้อมูลจาก LSEG ชี้ว่า Shopify ยังเป็นหุ้นขวัญใจนักวิเคราะห์ โดยราคาเป้าหมายเฉลี่ยสะท้อนอัพไซด์ราว 43% อีกทั้งเพิ่งได้รับการปรับเพิ่มคำแนะนำจาก Mizuho และ TD Cowen หลังงบไตรมาส 4 แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งด้านรายได้และกระแสเงินสดอิสระ
สำหรับ MongoDB หุ้นร่วงลงประมาณ 17% ตั้งแต่ต้นปี แต่ยังคงได้มุมมองเชิงบวกจากนักวิเคราะห์ของ LSEG ซึ่งคาดว่าอาจมีอัพไซด์มากกว่า 28% โดยราคาหุ้นเคยดีดตัวแรงในเดือนธันวาคม หลังผลประกอบการไตรมาส 3 ดีกว่าคาดและบริษัทปรับเพิ่มแนวโน้มรายได้ทั้งปี








