Bank of America ประเมินว่า วัฏจักรการเติบโตอุตสาหกรรมโลกระลอกใหม่อาจเริ่มต้นขึ้นแล้ว และมองว่านักลงทุนควรปรับกลยุทธ์จากสินทรัพย์กระแสหลัก มาสู่กลุ่มหุ้นอุตสาหกรรมขนาดเล็ก-กลาง หุ้นธนาคารสหรัฐ และเครื่องมือสร้างรายได้สูงในตลาดตราสารหนี้นอกเหนือจาก investment grade แบบดั้งเดิม
มุมมองต่อวัฏจักรอุตสาหกรรมและข้อจำกัดของพันธบัตรดั้งเดิม
ฝ่ายวิจัยของธนาคารมองว่า การปรับสมดุลใหม่ของการผลิตและการบริโภคภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกเพิ่งเริ่มต้น ขณะที่นโยบายสนับสนุนด้านการเงิน โดยเฉพาะการผ่อนคลายกฎเกณฑ์กำกับดูแล อาจช่วยยืดอายุรอบขาขึ้นครั้งนี้ ทำให้โอกาสสร้างกระแสรายได้ประจำจากสินทรัพย์หลากหลายประเภทในตลาดทุนสูงกว่าช่วงที่ผ่านมา และไม่ได้จำกัดอยู่แค่พันธบัตรรัฐบาลหรือพันธบัตรเอกชน investment grade
Bank of America ชี้ว่า core bond fund ที่อิงดัชนี Bloomberg U.S. Aggregate Bond Index แม้จะมีความเสี่ยงด้านเครดิตต่ำ แต่กลับมีความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อและดอกเบี้ยสูงกว่าที่นักลงทุนจำนวนมากตระหนัก และมีการเชื่อมโยงกับภาคเศรษฐกิจจริงค่อนข้างจำกัด จึงเสนอให้มองไปยัง segment อื่นของตลาดตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนและการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจจริงมากกว่า
โอกาสในกลุ่ม REIT และ CLO
ในฝั่งอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารมองว่า ETF ที่ลงทุนใน mortgage REITs เป็นช่องทางหนึ่งในการรับกระแสเงินสดระดับสูง โดยอาศัยความเสถียรของตลาดที่อยู่อาศัยสหรัฐและฐานะผู้บริโภคที่ยังแข็งแรง หนึ่งในกองที่ถูกยกตัวอย่างคือ VanEck Mortgage REIT Income ETF ซึ่งมี 30-day SEC yield ราว 12.5% และมีค่าใช้จ่ายกองทุน 0.42% พร้อมมุมมองว่าการคาดการณ์ลดดอกเบี้ยของ Federal Reserve ภายในปีนี้จะเอื้อต่อรายได้ของ mortgage REITs
อีกกลุ่มที่ Bank of America ให้ความสนใจคือ collateralized loan obligations (CLOs) ซึ่งเป็นหลักทรัพย์ที่อ้างอิงพอร์ตเงินกู้ดอกเบี้ยลอยตัว และ bank loans หรือ senior loans โดยมองว่า CLO ให้การเปิดรับต่อเศรษฐกิจจริงมากกว่าดัชนีตราสารหนี้ทั่วไป และชั้น AAA ของ CLO ETFs มีสถานะเจ้าหนี้ลำดับสูงในโครงสร้างทุน แม้ยังมีความเสี่ยงด้านเครดิตอยู่แต่ถือว่าอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นเงินกู้ระยะสั้นที่ปรับอัตราดอกเบี้ยได้ทุกสามเดือน ทำให้โพรไฟล์ความเสี่ยงดอกเบี้ยและเงินเฟ้อต่างจากพันธบัตรในดัชนีมาตรฐานอย่างมีนัยสำคัญ
ธนาคารยกตัวอย่าง Janus Henderson AAA CLO ETF ซึ่งเป็น CLO ETF ระดับ AAA รายแรกในตลาด มี 30-day SEC yield ที่ 4.83% และอัตราค่าใช้จ่าย 0.20% แม้จะมีความกังวลเรื่องความเสี่ยงจากภาค software เนื่องจากแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงด้าน AI โดยข้อมูลจาก Moody’s Ratings ระบุว่า software providers คิดเป็นราว 10% ของสินทรัพย์ใน CLO สหรัฐ แต่ Bank of America เห็นว่า หากราคาหุ้น software เริ่มสร้างฐานได้ ผู้จัดการ CLO ที่มีความเชี่ยวชาญอาจใช้จังหวะนี้เข้าซื้อสินทรัพย์ตราสารหนี้ที่ถูกกดราคาได้
กลยุทธ์ระหว่าง bank loan ETF กับ CLO ETF
ด้าน bank loans นักลงทุนที่มีมุมมองเชิงสวนกระแสอาจใช้จังหวะราคาย่อตัวเข้าซื้อผ่าน State Street Blackstone Senior Loan ETF ซึ่งมี 30-day yield 6.64% และ gross expense ratio 0.70% โดยธนาคารมองว่าเป็นหนึ่งในกองทุนผู้นำตลาดใน segment นี้ การเลือกลงทุนระหว่าง bank loan ETF กับ CLO ETF ขึ้นอยู่กับความชอบด้านความผันผวนและระดับผลตอบแทนที่ยอมรับได้
โดยภาพรวม Bank of America สรุปว่า สำหรับนักลงทุนที่รับได้กับความผันผวนใกล้เคียงตลาดหุ้น แลกกับผลตอบแทนสูงกว่าตราสารหนี้ทั่วไป กลุ่ม senior loan ETFs เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ขณะที่ผู้ที่ต้องการกระแสรายได้สม่ำเสมอและความผันผวนต่ำลง สามารถพิจารณา CLO ETFs ระดับ AAA เป็นทางเลือกในยุคที่วัฏจักรอุตสาหกรรมโลกอาจกำลังก้าวเข้าสู่ระยะใหม่ของการเติบโต








