ญี่ปุ่นยืนยันว่าคำตัดสินของศาลสูงสหรัฐที่ให้เป็นโมฆะมาตรการ “reciprocal tariffs” ของประธานาธิบดี Donald Trump จะไม่กระทบต่อโครงการลงทุนรอบแรกของญี่ปุ่นในสหรัฐ ขณะที่หลายประเทศในเอเชียเร่งประเมินผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงด้านการค้าครั้งนี้
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า แผนลงทุนที่ได้ตกลงกับสหรัฐไว้แล้วจะเดินหน้าตามกำหนด โดยโตเกียวมองภาพรวมเชิงบวกต่อสภาพแวดล้อมการลงทุนระหว่างสองประเทศ ก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐ–ญี่ปุ่นซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในเดือนมีนาคม
ผลสะเทือนต่อทิศทางนโยบายการค้าสหรัฐและเอเชีย
คำตัดสินของศาลสูงสหรัฐต่อ Trump tariffs ถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในกรอบนโยบายการค้าของวอชิงตัน ส่งสัญญาณลดความไม่แน่นอนด้านภาษีนำเข้าในส่วนที่ศาลเห็นว่าใช้อำนาจเกินขอบเขต ขณะเดียวกันทำให้รัฐบาลสหรัฐต้องเร่งทบทวนเครื่องมือด้านภาษีศุลกากรสำหรับการเจรจาการค้าและดุลการค้ากับคู่ค้าเอเชีย
ในฝั่งเอเชีย ประเทศผู้ส่งออกหลักหลายแห่งรวมถึงอินโดนีเซียและมาเลเซียอยู่ระหว่างประเมินทิศทางใหม่ของนโยบายภาษีสหรัฐ และโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภาษีที่อาจช่วยเพิ่มความสามารถแข่งขันของสินค้าเอเชียในตลาดอเมริกัน
สำหรับไทย การที่ศาลสูงสหรัฐจำกัดขอบเขต Trump tariffs เปิดช่องให้ผู้ส่งออกไทยในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และสินค้าอุปโภคบริโภค มีโอกาสรักษาหรือขยายส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐได้มากขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันกับผู้ผลิตจากจีนและประเทศอุตสาหกรรมรายใหญ่อื่นในเอเชีย
หากญี่ปุ่นเดินหน้าลงทุนในสหรัฐตามแผน จะยิ่งเร่งปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค และอาจดึงการผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงไปใกล้ตลาดสหรัฐมากขึ้น ผู้ผลิตไทยจึงอาจต้องปรับกลยุทธ์ ทั้งการเชื่อมโยงเป็น supplier ให้ฐานการผลิตญี่ปุ่นในสหรัฐ และการยกระดับเทคโนโลยีการผลิตในประเทศเพื่อรักษาความสามารถแข่งขันในระยะยาว








