บริษัทในสหรัฐและญี่ปุ่นเริ่มยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางสหรัฐ เพื่อขอคืนภาษีนำเข้าที่ถูกจัดเก็บในยุค Donald Trump ภายใต้มาตรการ “reciprocal” tariffs หลังศาลสูงสุดสหรัฐ (U.S. Supreme Court) มีคำวินิจฉัยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่ามาตรการดังกล่าวขัดต่อกฎหมาย
บริษัทยักษ์ใหญ่สหรัฐ-ญี่ปุ่นเร่งเดินหน้าฟ้อง
FedEx เป็นหนึ่งในบริษัทสหรัฐรายใหญ่ที่ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 23 ก.พ. ต่อศาลรัฐบาลกลาง เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐคืนภาษีนำเข้าที่บริษัทถูกเรียกเก็บภายใต้นโยบาย Trump tariffs ซึ่งครอบคลุมสินค้าจากหลายประเทศและหลายกลุ่มอุตสาหกรรม
ฝั่งญี่ปุ่น บริษัทอุตสาหกรรมรายใหญ่ เช่น Kawasaki Heavy Industries และบริษัทในเครือของ Toyota ได้ดำเนินการทางกฎหมายแล้วเช่นกัน โดยยื่นคำร้องขอคืนภาษีนำเข้าที่จ่ายไปภายใต้มาตรการเดียวกัน ขณะที่ผู้ประกอบการญี่ปุ่นรายอื่นยังอยู่ระหว่างประเมินแนวทางดำเนินการ หลังคำตัดสินของศาลสูงสุดเปิดช่องให้มีการทบทวนการจัดเก็บภาษีย้อนหลัง
ผลคำตัดสินศาลสูงสุดสหรัฐ-แนวโน้มคดีเพิ่มขึ้น
คำวินิจฉัยของศาลสูงสุดสหรัฐที่เพิ่งออกมา ถือเป็นการสั่นคลอนมาตรการภาษีนำเข้าที่รัฐบาล Trump เคยใช้อย่างกว้างขวางภายใต้กรอบ “reciprocal” ซึ่งอนุญาตให้สหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตราเดียวกับที่ประเทศคู่ค้าจัดเก็บกับสินค้าจากสหรัฐ โดยศาลเห็นว่าอำนาจฝ่ายบริหารภายใต้มาตรการดังกล่าวเกินขอบเขตกฎหมายที่สภาคองเกรสให้อำนาจไว้
ประเด็นสำคัญต่อจากนี้คือกลไกการขอคืนภาษีและขอบเขตของการคืนเงินให้ผู้ประกอบการที่เคยชำระ Trump tariffs ซึ่งยังต้องใช้เวลาในการกำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอน โดยคาดว่าจำนวนคดีฟ้องร้องต่อศาลรัฐบาลกลางจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากบริษัทสหรัฐและต่างประเทศที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว








