ตลาดหุ้นสหรัฐเช้าวันพฤหัสบดีขยับขึ้นนำโดยหุ้นเทคโนโลยี หลัง Nvidia และ Qnity Electronics ประกาศผลประกอบการและแนวโน้มธุรกิจดีกว่าคาด หนุนมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มชิปและ AI ต่อเนื่อง แม้จะมีแรงกดดันจากหุ้นบางตัวที่ถูกปรับลดราคาเป้าหมายและออกคำแนะนำระมัดระวังมากขึ้น
แรงหนุนจาก Nvidia–Qnity และภาพรวมหุ้นเทคฯ
ราคาหุ้น Nvidia ปรับขึ้นราว 1% ในช่วงก่อนเปิดตลาด หลังรายงานกำไรไตรมาสล่าสุดแข็งแกร่งและให้แนวโน้มรายได้ล่วงหน้าโดดเด่น นักลงทุนมองบทบาทของ Nvidia จากผู้ผลิตชิปไปสู่ผู้วางสถาปัตยกรรมกลางสำหรับการพัฒนาและประยุกต์ใช้ AI โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้งานจากลูกค้าอย่าง Anthropic, Cursor, OpenAI และ OpenClaw ทำให้โฟกัสนักลงทุนอยู่ที่ ecosystem ด้าน compute มากกว่าธุรกิจ cloud รายใหญ่เดิมอย่าง Amazon Web Services, Microsoft Azure และ Google Cloud
สถาบันการเงินหลายแห่งปรับขึ้นราคาเป้าหมาย Nvidia ตามทิศทางดังกล่าว JPMorgan ปรับเป้าหมายขึ้นเป็น 265 ดอลลาร์ต่อหุ้น ชี้ว่ายังมีอัพไซด์ราว 36% ขณะที่ Morgan Stanley ปรับเป้าเป็น 260 ดอลลาร์ต่อหุ้น โดยประเมินว่าความต้องการด้านศักยภาพประมวลผลยังแข็งแรง แม้ตลาดกังวลด้านกระแสเงินสดของลูกค้ารายใหญ่บางราย
ฝั่งหุ้นชิปและวัตถุดิบเกี่ยวเนื่อง Qnity Electronics ซึ่งเป็นบริษัทแยกตัวจาก DuPont และเป็นผู้จัดหาวัสดุสำหรับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ รายงานกำไรไตรมาส 4 และแนวโน้มปี 2026 ดีกว่าที่ตลาดคาด พร้อมประกาศแผนซื้อหุ้นคืน 500 ล้านดอลลาร์ หนุนราคาหุ้นพุ่งขึ้นราว 8.5% ในช่วงเช้า และเพิ่มขึ้นแล้วราว 47% นับจากต้นปี
ภาพต่างขั้วในกลุ่มซอฟต์แวร์–โฆษณาดิจิทัล
กลุ่มซอฟต์แวร์ด้านลูกค้าสัมพันธ์ Salesforce เผชิญแรงกดดันจากธุรกิจแอปพลิเคชันรุ่นเดิมอย่าง marketing, commerce และ Tableau ที่ยังอ่อนแรง แม้แพลตฟอร์มใหม่อย่าง Agentforce จะเติบโตเร็วและมีรายได้ประจำรายปีแตะ 800 ล้านดอลลาร์ ทั้งยังระบุว่าสามารถดึงลูกค้าจากคู่แข่งอย่าง ServiceNow และ Veeva ช่วยลดความกังวลว่าอุตสาหกรรม SaaS จะชะลอตัวรุนแรง
ในกลุ่มค้าปลีก TJX Companies เจ้าของแบรนด์ T.J. Maxx และ HomeGoods รายงานผลประกอบการโดดเด่นจนได้รับการปรับขึ้นราคาเป้าหมายจาก Barclays และ Bank of America โดยทั้งสองสถาบันยังคงคำแนะนำเชิงบวก สะท้อนภาพผู้บริโภคสหรัฐที่ยังมองหาสินค้าคุ้มราคาในภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอน
ด้านหุ้นเทคโนโลยีอื่น Snowflake เผชิญการปรับลดราคาเป้าหมายจากบางสถาบัน แม้รายได้จากผลิตภัณฑ์เติบโต 30% ในไตรมาสล่าสุด โดย Barclays คงคำแนะนำ “ถือ” ขณะที่ผู้บริหารย้ำทิศทางเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเกาะกระแส AI เนื่องจากข้อมูลถือเป็นหัวใจหลักของเทคโนโลยีดังกล่าว ด้านราคาหุ้นขยับขึ้นราว 2% ในช่วงก่อนเปิดตลาด
กลุ่มโฆษณาดิจิทัลเผชิญแรงขายหนักจากหุ้น Trade Desk หลังบริษัทออกแนวโน้มผลประกอบการไตรมาสแรกต่ำกว่าคาด ราคาหุ้นดิ่งลงกว่า 14% และยังไม่สามารถฟื้นตัวจากแรงกดดันเรื่องการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่รวมถึง Amazon โดยราคาหุ้นร่วงจากระดับใกล้ 90 ดอลลาร์เมื่อเดือนสิงหาคม เหลือระดับต่ำกว่า 22 ดอลลาร์ในปัจจุบัน
หุ้นอิงที่อยู่อาศัย–โครงสร้างพื้นฐานและพลังงานนิวเคลียร์
ในกลุ่มอิงภาคที่อยู่อาศัยและโครงสร้างพื้นฐาน ผู้ค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง Lowe’s ถูก Wells Fargo ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 290 ดอลลาร์ต่อหุ้น แม้หุ้นจะปรับลงกว่า 5% หลังรายงานกำไรและให้แนวโน้มระมัดระวัง ขณะที่ผู้สร้างบ้านระดับบน Toll Brothers ถูก Citi ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 162 ดอลลาร์ต่อหุ้น หลังรายงานกำไรไตรมาสแรก 210.9 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ ด้าน BWX Technologies ผู้รับเหมาด้านนิวเคลียร์ของกองทัพเรือสหรัฐได้อานิสงส์จากการเติบโตของธุรกิจนิวเคลียร์เชิงพาณิชย์ ทำให้ BTIG ปรับเป้าหมายหุ้นขึ้นเป็น 235 ดอลลาร์ต่อหุ้นพร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” สะท้อนมุมมองว่าบริษัทเป็นหนึ่งในผู้เล่นเด่นในกระแสลงทุนด้านพลังงานนิวเคลียร์รอบใหม่ของโลก
ที่มา: https://www.cnbc.com/2026/02/26/jim-cramers-top-10-things-to-watch-in-the-stock-market-thursday.html








