หุ้น Nvidia ร่วงราว 4% ในการซื้อขายวันพฤหัสบดี แม้บริษัทประกาศผลประกอบการและแนวโน้มธุรกิจแข็งแกร่ง โดยตลาดยังมองว่าบริษัทเป็นผู้นำด้านชิป AI แต่ราคาหุ้นถอยลงมาใกล้ระดับทรงตัวเมื่อเทียบตั้งแต่ต้นปี ท่ามกลางความกังวลเรื่องความสามารถของลูกค้ารายใหญ่ในการใช้เงินลงทุน (capex) ต่อเนื่องในระดับสูงมาก
กังวลแรงกดดันจาก Capex ของกลุ่ม Hyperscalers
นักลงทุนจับตา “hyperscalers” อย่าง Amazon, Microsoft, Meta Platforms และ Alphabet ซึ่งเป็นลูกค้าหลักในธุรกิจ data center ของ Nvidia หลังจากบริษัทกลุ่มนี้ประกาศแผน capital expenditure ที่สูงกว่าคาด โดยเม็ดเงินลงทุนรวมกันในปีนี้ถูกประเมินว่าจะอยู่ราว 700,000 ล้านดอลลาร์ กดดันกระแสเงินสดอิสระของแต่ละบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ
ประมาณการของนักวิเคราะห์ที่รวบรวมโดย FactSet ระบุว่า Amazon มีแนวโน้มมีกระแสเงินสดอิสระติดลบในปี 2026 ขณะที่ Alphabet คาดว่ากระแสเงินสดอิสระจะลดลง 64% เมื่อเทียบปีก่อน เหลือ 26,000 ล้านดอลลาร์ ส่วน Meta ถูกคาดว่าจะลดลงถึง 86% เหลือเพียง 6,100 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Microsoft ถือเป็นข้อยกเว้น โดยกระแสเงินสดอิสระในปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมิถุนายนคาดว่าจะทรงตัวที่ราว 71,300 ล้านดอลลาร์
ความเสี่ยงต่อคำสั่งซื้อชิป AI ระยะยาว
ความกังวลในตลาดจึงไม่ได้มุ่งไปที่ศักยภาพของ Nvidia โดยตรง แต่เป็นความเสี่ยงว่าลูกค้ารายใหญ่ที่เร่งซื้อชิป AI ด้วยการก่อหนี้จำนวนมาก จะรักษาระดับการใช้จ่ายได้ยาวนานเพียงใด หากกำไรจากการลงทุนด้าน AI ยังไม่เติบโตทันกับภาระเงินลงทุนและต้นทุนทางการเงิน โดยเฉพาะในสายตาผู้ถือหุ้นกู้ที่ให้ความสำคัญกับกำไรมากกว่าการเติบโตของรายได้ในอนาคต
อย่างไรก็ดี Nvidia ยังพยายามชี้ให้เห็นฐานรายได้ที่กระจายตัวมากขึ้นในธุรกิจ data center โดยระบุว่ารายได้จากลูกค้านอกกลุ่ม hyperscalers เติบโตเร็วกว่าจนสัดส่วนรายได้หลากหลายขึ้น ขณะที่รายได้จาก hyperscalers ในไตรมาส 4 ปีงบประมาณ 2026 คิดเป็นเพียงเล็กน้อยมากกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ data center ทั้งหมด
นอกจากนี้ Nvidia ยังเร่งต่อยอดความสัมพันธ์กับลูกค้า AI รุ่นใหม่อย่าง Anthropic ผู้พัฒนา Claude และ OpenAI ซึ่งใช้ชิปของ Nvidia ในการเทรน ChatGPT โดยทั้งสองรายถูกมองว่ากำลังก้าวขึ้นมาเป็นลูกค้าขนาดใหญ่เพิ่มเติมจาก hyperscalers ดั้งเดิม สะท้อนความต้องการใช้กำลังประมวลผลสำหรับ AI ที่ยังคงขยายตัว แม้ตลาดทุนจะตั้งคำถามกับความยั่งยืนของรอบการลงทุนครั้งใหญ่ในปัจจุบันก็ตาม








