Jim Cramer นักวิเคราะห์ชื่อดังของ CNBC ระบุว่าวิกฤตความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน แม้จะกดดันตลาดในระยะสั้นและดันราคาน้ำมันพุ่งขึ้น แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องปรับพอร์ตการลงทุนครั้งใหญ่ โดยแนะให้นักลงทุน “เลือกสต็อกเฉพาะเจาะจง” แทนการเทขายหรือซื้อทั้งกระดาน
ในวันจันทร์ซึ่งเป็นวันเปิดซื้อขายแรกของ Wall Street หลังเหตุโจมตี ดัชนีหุ้นสหรัฐเปิดอ่อนตัว ก่อนฟื้นตัวจากจุดต่ำสุด ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ทะยานขึ้นจากความกังวลต่อเสถียรภาพด้านอุปทาน กลุ่มพลังงานเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ปรับขึ้นแรงต่อเนื่อง โดยปิดวันศุกร์ก่อนหน้าแล้วบวกสะสมปีนี้ราว 25% จากทั้งแรงเก็งกำไรน้ำมันและกระแสหมุนเงินเข้าหาหุ้น “heavy assets”
มองบวก AI–Health Care ไม่หวั่นปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
Cramer มองว่าปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ครั้งนี้ไม่กระทบธีมการเติบโตระยะยาวของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ จึงเห็นว่านักลงทุนที่ยังไม่มีหุ้น Nvidia สามารถทยอยสะสมได้ พร้อมชี้โอกาสในกลุ่ม health care ซึ่งถูกมองว่ามีความเสี่ยงเชิงวัฏจักรและเศรษฐกิจต่ำ โดยทีม CNBC Investing Club เพิ่งเริ่มเข้าลงทุนใน Cardinal Health ผู้จัดจำหน่ายยาและอุปกรณ์การแพทย์รายใหญ่ ซึ่งกำลังขยายธุรกิจผ่านการซื้อกิจการบริษัทที่ให้บริการจัดการงานธุรกิจให้แพทย์และคลินิก
ในทางกลับกัน เขามองว่าการดีดตัวของราคาน้ำมันรอบนี้เป็นจังหวะในการลดน้ำหนักหุ้นพลังงาน หลังราคาวิ่งนำปัจจัยพื้นฐานไปไกลจากความตื่นตัวระยะสั้นต่อความเสี่ยงอุปทาน Cramer แนะนำให้นักลงทุนขายทำกำไรหุ้นน้ำมันลงประมาณครึ่งหนึ่งของพอร์ต ระบุว่าตลาดโลกยังมีอุปทานน้ำมันมาก และผู้ผลิตที่มีศักยภาพจะเร่งผลิตเพิ่มเพื่อใช้ประโยชน์จากราคาที่พุ่งขึ้น โดยอ้างอิงประสบการณ์จากสงครามอ่าวเปอร์เซียปี 1990 ที่ราคาหุ้นพลังงานมักย่อตัวแรงหลังจากช่วงพุ่งขึ้นรอบแรก
เขายังกล่าวถึงการพิจารณาลดน้ำหนักหุ้นกลุ่ม consumer staples ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนดีในปีนี้ แต่มีความเสี่ยงว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะกัดกินกำลังซื้อผู้บริโภคและจำกัดการใช้จ่ายด้านอื่น หุ้น Procter & Gamble ซึ่งมักถูกรับรู้เป็น “safety stock” เคลื่อนไหวสวนทางโดยปรับตัวลงราว 1.5% ในการซื้อขายช่วงเช้าวันจันทร์ สะท้อนความกังวลดังกล่าว แม้จะยังเป็นหนึ่งในหลักประกันเสถียรภาพของพอร์ต Investing Club
Cramer ผ่านกองทุนการกุศลของตนยังถือหุ้น Nvidia, Cardinal Health และ Procter & Gamble ขณะที่ไม่ได้ถือหุ้นพลังงานใดๆ นับตั้งแต่ขายออกจาก Coterra Energy เมื่อกลางปีที่แล้ว โดยเขาย้ำกับสมาชิก CNBC Investing Club ว่าจะส่งสัญญาณ “trade alert” ล่วงหน้า ก่อนลงมือซื้อขายหุ้นในพอร์ตของกองทุน และจะเว้นช่วงเวลาหนึ่งก่อนทำรายการจริง เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบโดยตรงจากคำแนะนำของตนต่อราคาหุ้นในตลาดซึ่งกำลังผันผวนจากสถานการณ์ตะวันออกกลางในปัจจุบัน








