สงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านยกระดับความเสี่ยงต่อเสถียรภาพตลาดพลังงานโลก หลังการขนส่งเรือน้ำมันผ่านช่องแคบ Hormuz แทบหยุดชะงัก และมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาค ส่งผลให้นักวิเคราะห์เตือนว่า Brent มีโอกาสพุ่งแตะระดับใกล้ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากเกิดการปิดช่องแคบเต็มรูปแบบและความขัดแย้งยืดเยื้อ ขณะที่ราคา gas ในยุโรปทะยานแรงตามความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ช่องแคบ Hormuz ชะงัก ฉุดซัพพลายน้ำมันและ LNG โลก
ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่าราวหนึ่งในสามของปริมาณส่งออกน้ำมันทางเรือของโลกผ่านช่องแคบ Hormuz ในปี 2025 และประมาณ 20% ของการส่งออก LNG โลก ซึ่งส่วนใหญ่มาจาก Qatar ก็ต้องผ่านเส้นทางเดียวกัน ล่าสุด Qatar สั่งหยุดการผลิต LNG หลังโดรนโจมตีโรงงานสำคัญ ส่งผลให้การขนส่งผ่านช่องแคบดังกล่าวถูกหยุดเกือบทั้งหมดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ยุคใหม่
ในตลาดซื้อขายวันจันทร์ ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นกว่า 6% หลังจากระหว่างวันพุ่งแรงกว่า 12% ส่วนสัญญา gas ธรรมชาติในยุโรปทะยานมากกว่า 40% นักวิเคราะห์ของ Bank of America ประเมินว่าหากอิหร่านเดินเกมแข็งและโจมตีแหล่งพลังงานในประเทศเพื่อนบ้าน Brent มีโอกาสทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคา gas ยุโรปอาจเกิน 60 ยูโรต่อเมกะวัตต์ชั่วโมง
JPMorgan ประเมินว่าหากการหยุดชะงักของการขนส่งผ่านช่องแคบ Hormuz ยืดเยื้อเกินสามสัปดาห์ แหล่งเก็บสต็อกในประเทศผู้ผลิตแถบอ่าวเปอร์เซียจะเต็มจนต้องลดหรือหยุดการผลิตบางส่วน ภายใต้สมมติฐานนี้ Brent อาจพุ่งแตะราว 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ Deutsche Bank ระบุว่าหากอิหร่านสามารถปิดช่องแคบได้เต็มที่ด้วยทุ่นระเบิดและอาวุธต่อต้านเรือ ราคามีโอกาสทะยานเข้าใกล้ระดับ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
อีกหนึ่งความเสี่ยงคือความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในอิหร่าน หลังผู้นำสูงสุด Ayatollah Ali Khamenei ถูกสังหารจากปฏิบัติการของสหรัฐและอิสราเอล และเคยเผชิญการประท้วงรุนแรงในประเทศเมื่อต้นปี นักวิเคราะห์ของ JPMorgan ชี้ว่าหากเกิดการล่มสลายของระบอบการปกครองหรือสงครามกลางเมือง การผลิตน้ำมันมากกว่า 3 ล้านบาร์เรลต่อวันของอิหร่านอาจหยุดชะงัก โดยประวัติศาสตร์ชี้ว่าตลาดน้ำมันมักปรับขึ้นมากกว่า 70% เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบในผู้ผลิตรายใหญ่
ฉากทัศน์ราคาน้ำมันและผลสะเทือนต่อเศรษฐกิจไทย
ในทางกลับกัน หากการสู้รบยุติลงอย่างรวดเร็วภายใต้ผู้นำชุดใหม่ของอิหร่านและไม่กระทบโครงสร้างพื้นฐานพลังงานเป็นวงกว้าง Bank of America มองว่าราคา Brent อาจปรับลงกลับสู่ช่วง 60–70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่สัญญาณจากทั้งสหรัฐและอิหร่านในขณะนี้สะท้อนท่าทีแข็งกร้าวและไม่มีความคืบหน้าในการเจรจา ลดโอกาสของฉากทัศน์สงบเร็ว
ผลกระทบต่อไทยจะสะท้อนผ่านต้นทุนพลังงานนำเข้าที่เพิ่มสูง หาก Brent ขยับขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอย่างมีนัยสำคัญ จะกดดันราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินในประเทศ ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งของภาคธุรกิจอาจสูงขึ้น และสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและค่าใช้จ่ายครัวเรือน ขณะที่ความผันผวนของราคา LNG จากตะวันออกกลางอาจเพิ่มต้นทุนเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้าและภาคอุตสาหกรรมที่พึ่งพา gas นำเข้าในระยะถัดไปด้วย
ที่มา: https://www.cnbc.com/2026/03/02/iran-oil-gas-prices-strait-hormuz.html








