รัฐบาลสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำ Anthropic สตาร์ทอัพด้าน AI รายสำคัญ หลังการเจรจาข้อตกลงการใช้เทคโนโลยีกับ Department of Defense (Pentagon) ล้มเหลว เนื่องจากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงเงื่อนไขการนำโมเดล AI ไปใช้ในภารกิจด้านความมั่นคงได้
เงื่อนไขการใช้ AI กับ Pentagon สะดุด
รายงานของ CNBC ระบุว่า Anthropic อยู่ระหว่างการเจรจาสัญญากับ Pentagon โดยบริษัทต้องการให้มีข้อกำหนดห้ามใช้เทคโนโลยีของตนสำหรับอาวุธอัตโนมัติเต็มรูปแบบ และการสอดส่องประชาชนสหรัฐฯ ในวงกว้าง ขณะที่ Department of Defense ต้องการสิทธิในการนำโมเดลไปใช้ได้ในทุกกรณีที่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้การเจรจาชะงัก และ Anthropic ตัดสินใจไม่ยอมรับเงื่อนไขดังกล่าว
หลังการเจรจาไม่คืบหน้า ประธานาธิบดี Donald Trump มีคำสั่งให้หน่วยงานรัฐบาลกลางทุกแห่งยุติการใช้เทคโนโลยีของ Anthropic โดยทันที ต่อมา Pete Hegseth รัฐมนตรีว่าการ Department of Defense ระบุให้ Anthropic เป็น “Supply-Chain Risk to National Security” หมายความว่าผู้รับเหมาที่ทำสัญญากับ Pentagon จะไม่สามารถทำธุรกิจกับ Anthropic ได้
ผลจากการจัดประเภทดังกล่าวทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง Anthropic กับภาครัฐสหรัฐฯ ถูกตัดขาดทั้งทางตรงและทางอ้อม กระทบโอกาสในการเข้าถึงโครงการจัดซื้อจัดจ้างด้านเทคโนโลยีและความมั่นคงของรัฐบาล ซึ่งเป็นตลาดสำคัญสำหรับบริษัท AI ขนาดใหญ่และสตาร์ทอัพที่ต้องการรายได้ระยะยาวจากสัญญาภาครัฐ
เปรียบเทียบท่าที OpenAI ต่อสัญญาด้านความมั่นคง
ในอีกด้านหนึ่ง OpenAI ซึ่งเป็นผู้พัฒนา AI รายใหญ่เช่นกัน ได้ทำข้อตกลงกับ Department of Defense เกี่ยวกับการใช้โมเดลของบริษัททันทีหลังจากข่าวการขึ้นบัญชีดำ Anthropic แต่ภายหลัง CEO Sam Altman ออกมาให้ข้อมูลว่าบริษัทเร่งทำข้อตกลงเร็วเกินไป และได้มีการปรับแก้สัญญา โดยระบุชัดเจนมากขึ้นว่า “AI system shall not be intentionally used for domestic surveillance of U.S. persons and nationals”
กรณีของ Anthropic และ OpenAI สะท้อนแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อบริษัทเทคโนโลยี AI ในการกำหนดกรอบการใช้งานกับหน่วยงานด้านความมั่นคงของรัฐ ระหว่างการรองรับการใช้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านความมั่นคง กับการพยายามกำหนดเพดานการใช้งานเพื่อหลีกเลี่ยงการนำ AI ไปใช้กับอาวุธอัตโนมัติและการสอดส่องประชาชนในวงกว้าง
ที่มา: https://www.cnbc.com/2026/03/03/anthropic-pentagon-department-of-defense-ai-fcc-chair.html








