สหรัฐเตรียมใช้กองทัพเรือคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบ Hormuz และออกมาตรการค้ำประกันความเสี่ยงด้านการเมืองและการเงินเพื่อหนุนประกันภัยเรือในอ่าว เพื่อสกัดการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบโลก ท่ามกลางสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้นจากปฏิบัติการโจมตี Iran ของสหรัฐและ Israel
ทำเนียบขาวระบุว่า ประธานาธิบดี Donald Trump ได้มอบหมายให้ U.S. International Development Finance Corp. (DFC) เตรียมให้ความคุ้มครองประกันความเสี่ยงทางการเมือง และออกหนังสือค้ำประกันทางการเงินสำหรับการขนส่งทางเรือในอ่าว หลังราคาน้ำมันดิบโลกปรับขึ้นแรงจากการหยุดชะงักของการขนส่งเรือบรรทุกน้ำมันในภูมิภาค
ความเสี่ยงช่องแคบ Hormuz-เบี้ยประกันพุ่ง
ช่องแคบ Hormuz ซึ่งเป็นคอขวดด้านพลังงานระหว่าง Iran กับ Oman และเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราวหนึ่งในห้าของปริมาณการค้าทั่วโลก ถูกปิดกั้นการเดินเรือเชิงพาณิชย์เกือบทั้งหมด โดยมีเรือบรรทุกน้ำมันบางส่วนได้รับความเสียหายจากการโจมตี และอีกหลายลำติดค้างไม่สามารถเดินทางต่อได้ ส่งผลให้บริษัทเดินเรือและบริษัทประกันภัยต้องทบทวนความเสี่ยงในภูมิภาคอย่างเร่งด่วน
เบี้ยประกันภัยประเภท war-risk ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะที่ผู้รับประกันภัยบางรายลดวงเงินคุ้มครองหรือถอนตัวจากตลาด ทำให้ต้นทุนของเรือที่ยังยอมเสี่ยงผ่านมาในพื้นที่ดังกล่าวสูงขึ้น และบางผู้ประกอบการเลือกเลื่อนการเดินเรือหรือหาเส้นทางอื่นแทน มาตรการหนุนประกันเรือของรัฐบาลสหรัฐเคยถูกนำมาใช้แล้วในช่วงสงคราม Iran-Iraq ทศวรรษ 1980 และหลังเหตุการณ์ก่อการร้าย 11 กันยายน 2001 เพื่อให้การขนส่งเดินหน้าต่อได้ท่ามกลางเบี้ยประกันภัยสงครามที่พุ่งสูง
ขีดจำกัดกำลังรบสหรัฐ-ผลต่อราคาพลังงานโลก
อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมเดินเรือประเมินว่า แผนของ Trump อาจยังไม่เพียงพอในการสร้างความเชื่อมั่น ตราบใดที่การสู้รบยังดำเนินอยู่ เนื่องจาก U.S. Navy มีจำนวนเรือรบจำกัดสำหรับภารกิจคุ้มกัน โดยปัจจุบันมีกำลังในตะวันออกกลางราว 12 ลำ รวมถึงเรือบรรทุกเครื่องบิน ซึ่งส่วนหนึ่งกำลังปฏิบัติการโจมตี Iran และสกัดกั้นขีปนาวุธ ทำให้ภารกิจคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันมีความเสี่ยงสูงจากทั้งขีปนาวุธและเรือเร็วติดอาวุธของฝ่ายตรงข้าม
รัฐบาล Trump ยังเตรียมพิจารณามาตรการเสริม ทั้งด้านการคลังและด้านพลังงาน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง Scott Bessent และรัฐมนตรีพลังงาน Chris Wright มีกำหนดหารือเสนอชุดมาตรการต่อประธานาธิบดี ขณะเดียวกันทำเนียบขาวยังส่งสัญญาณว่าพร้อมพิจารณาใช้คลังน้ำมันฉุกเฉิน Strategic Petroleum Reserve หากราคาพลังงานยังปรับขึ้นต่อ ซึ่งหากราคาน้ำมันสูงยืดเยื้ออาจกระทบต่อความนิยมของพรรค Republican ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน
นักวิเคราะห์พลังงานชี้ว่า การเน้นแก้ปัญหาด้านการขนส่งเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอควบคุมราคาน้ำมัน เนื่องจากความเสี่ยงจากสงครามยังครอบคลุมไปถึงแหล่งผลิตและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอื่น ๆ ในภูมิภาค โดยในทางปฏิบัติ แม้การคุ้มกันของสหรัฐและมาตรการประกันจะช่วยเปิดทางให้เรือบางส่วนผ่านได้ แต่ต้นทุนประกันมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง และผู้เล่นบางรายอาจเลือกทำข้อตกลงโดยตรงกับฝ่าย Iran เพื่อขอผ่อนปรนเป็นรายกรณี
ผลกระทบต่อไทยและเศรษฐกิจในประเทศ
สำหรับไทย การหยุดชะงักของการขนส่งผ่านช่องแคบ Hormuz และราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับขึ้นฉับพลันจะเพิ่มต้นทุนนำเข้าน้ำมันและก๊าซของไทย ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าจากตะวันออกกลางในสัดส่วนสูง ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายพลังงานของภาคขนส่ง ไฟฟ้า และอุตสาหกรรม และอาจกดดันเงินเฟ้อในประเทศ ขณะที่หากราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูงนานขึ้น ยังเสี่ยงฉุดกำลังซื้อและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของไทยในภาพรวมด้วย








