ฮ่องกงและสิงคโปร์เดินหน้าชิงบทบาทศูนย์กลางซื้อขายทองคำของโลก ท่ามกลางกระแสเก็งกำไรสินค้าโภคภัณฑ์ที่กลับมาคึกคักจากราคาทองคำและเงินที่พุ่งสูงขึ้นในภาวะความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าฮ่องกงยังมีแต้มต่อเหนือคู่แข่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากการเชื่อมโยงโดยตรงกับตลาดจีนแผ่นดินใหญ่
ยุทธศาสตร์ฮ่องกง-สิงคโปร์ดันบทบาทศูนย์กลางทองคำ
รัฐบาลฮ่องกงเพิ่งย้ำยุทธศาสตร์สร้าง “ecosystem” สำหรับการซื้อขายทองคำในงบประมาณประจำปีปลายเดือนที่แล้ว โดยมุ่งใช้จุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐานการเงิน ตลาดทุนที่มีสภาพคล่อง และสถานะประตูสู่ตลาดจีน ในการดึงดูดผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดโลหะมีค่าให้เข้ามาตั้งฐานดำเนินธุรกิจ
ขณะเดียวกัน สิงคโปร์เดินเกมคู่ขนานด้วยการเร่งสร้างเครือข่ายกับสถาบันการเงินระดับโลก โดยมีรายงานว่ากำลังทาบทาม market maker รายใหญ่ เช่น JP Morgan และ UBS ให้มีบทบาทมากขึ้นในตลาดทองคำของสิงคโปร์ เพื่อยกระดับปริมาณการซื้อขายและความลึกของตลาด
Monetary Authority of Singapore ระบุว่าตั้งแต่ปีที่แล้วได้ทำงานร่วมกับผู้เล่นหลักในตลาดทองคำอย่างใกล้ชิด เพื่อหาแนวทางสนับสนุนการเติบโตของตลาดในสิงคโปร์ และเตรียมเปิดเผยรายละเอียดโครงการสำคัญเพิ่มเติมในระยะถัดไป สะท้อนความพยายามของสิงคโปร์ในการสร้างภาพลักษณ์ศูนย์กลางการซื้อขายและเก็บรักษาทองคำระดับนานาชาติ
การเร่งขับเคลื่อนของทั้งสองศูนย์การเงินเกิดขึ้นในจังหวะที่กระแสลงทุนในโลหะมีค่ากลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง จากบทบาททองคำในฐานะสินทรัพย์หลบภัย ขณะที่ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดทางการเมืองส่งแรงหนุนให้มูลค่าการซื้อขายทองคำทั่วโลกขยายตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้การแข่งขันเพื่อดึงส่วนแบ่งธุรกรรมและดึงดูดผู้เล่นระดับโลกระหว่างฮ่องกงและสิงคโปร์ทวีความเข้มข้นมากขึ้นในปีนี้








