ดัชนี S&P 500 ของสหรัฐยังปรับตัวลงจำกัดและยืนใกล้ระดับสูงสุดตลอดกาล แม้ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นและราคาน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งขึ้นแรงที่สุดในรอบกว่าสี่ทศวรรษ ทำให้นักวิเคราะห์เตือนว่านักลงทุนอาจกำลังประมาทต่อความเสี่ยงที่กำลังก่อตัวในระบบการเงินโลก
ตั้งแต่ต้นปี ตลาดหุ้นสหรัฐตอบสนองต่อเหตุการณ์ความมั่นคงระดับโลกค่อนข้างจำกัด ทั้งปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐใน Venezuela ความพยายามของประธานาธิบดี Donald Trump ในการควบคุม Greenland และล่าสุดการโจมตีทางอากาศร่วมระหว่างสหรัฐและ Israel ต่อ Iran โดยในวันทำการแรกหลังการโจมตี S&P 500 ปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า แม้ระหว่างวันจะผันผวนลงแรงก็ตาม
ตลาดหุ้นแกร่งขณะความผันผวน-ดอลลาร์พุ่ง
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา S&P 500 ปรับตัวลงรวม 2% แต่ยังอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดล่าสุดไม่ถึง 4% สวนทางกับดัชนีความผันผวน CBOE Volatility Index ที่ทะยานขึ้นเหนือระดับ 29 และดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น สะท้อนการรับความเสี่ยงที่ลดลงบางส่วน แต่ยังไม่ถึงระดับตื่นตระหนกต่อความขัดแย้งกับ Iran ที่อาจยืดเยื้อ
แรงกดดันสำคัญอยู่ที่ตลาดน้ำมัน โดยสัญญาน้ำมันดิบสหรัฐ (WTI) ทะลุ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันศุกร์ เพิ่มขึ้นกว่า 35% ในสัปดาห์เดียว ถือเป็นการปรับขึ้นรายสัปดาห์แรงที่สุดตั้งแต่ปี 1983 นักกลยุทธ์เตือนว่า หากราคาน้ำมันขึ้นแตะหรือทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเหมือนช่วงหลังการรุกราน Ukraine ของ Russia ความเสี่ยงภาวะถดถอยทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอาจกระทบต่อ sentiment ตลาดหุ้นอย่างรุนแรง
ความเสี่ยงช่องแคบ Hormuz และกลยุทธ์นักลงทุน
ปัจจุบัน ตลาดยังประเมินว่าความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบ Hormuz ยังอยู่ในระดับจำกัดและมีความเป็นไปได้ที่จะฟื้นตัวได้ หากไม่มีเหตุโจมตีที่สร้างความเสียหายเชิงโครงสร้างถาวรต่อเส้นทางขนส่งน้ำมัน นักลงทุนจำนวนมากจึงยังคาดหวังว่าความขัดแย้งจะจบลงในระยะสั้น แม้ประธานาธิบดี Trump ระบุว่าสงครามกับ Iran อาจลากยาวเกินกว่าหลายสัปดาห์ก็ตาม
ในเชิงกลยุทธ์ ผู้จัดการกองทุนและนักวิเคราะห์บางส่วนแนะนำให้นักลงทุนถือท่าทีระมัดระวัง เตรียมรับมือความผันผวนและพร้อมทำกำไรเมื่อราคาหุ้นรีบาวด์ เนื่องจากแนวทางการเจรจาและการส่งสัญญาณต่อสาธารณะของ Trump ที่ใช้ท่าทีแข็งกร้าวแต่มีโอกาสหาทางลดระดับความตึงเครียดได้ ทำให้ทิศทางสงครามและผลกระทบต่อตลาดยังยากต่อการประเมิน
หุ้นพลังงาน-Defense เด่น และนัยต่อเศรษฐกิจไทย
ขณะเดียวกัน กลุ่มหุ้นที่เกี่ยวข้องกับพลังงานและการป้องกันประเทศอยู่ในความสนใจของนักลงทุนมากขึ้น โดยมีการเก็งกำไรใน Brent crude และ ETF อย่าง iShares U.S. Oil Equipment & Services (IEZ) และ Breakwave Tanker Shipping (BWET) รวมถึงหุ้นกลุ่ม defense เช่น RTX, Lockheed Martin และ Northrop Grumman ที่ราคาปรับขึ้นราว 2–4% ในสัปดาห์ล่าสุด จากคาดการณ์รายได้เพิ่มขึ้นตามการใช้ยุทโธปกรณ์ทางทหาร
สำหรับผลกระทบต่อไทย ความเสี่ยงหลักอยู่ที่ราคาน้ำมันดิบโลกที่อาจขึ้นแตะหรือทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งจะกดดันต้นทุนพลังงาน เงินเฟ้อ นโยบายดอกเบี้ย และกำไรของภาคขนส่งและอุตสาหกรรมใช้พลังงานสูง ขณะเดียวกัน ความผันผวนในตลาดหุ้นสหรัฐอาจส่งผ่านมายังตลาดหุ้นไทย ผ่านการปรับพอร์ตของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางกระทบเสถียรภาพด้านพลังงานระยะยาวมากกว่าที่ตลาดประเมินในปัจจุบัน








