ดอกเบี้ยระดับต่ำต่อเนื่องและเงินเยนอ่อนค่ากำลังกลายเป็นปัจจัยหนุนดีลควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ในญี่ปุ่น โดยผู้บริหารของธนาคารลงทุนสหรัฐ Houlihan Lokey ประเมินว่ากระแสดีลจะเดินหน้าคึกคักไปถึงปี 2026 แม้เผชิญความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ก็ตาม
เงินเยนอ่อน-ดอกเบี้ยต่ำหนุนความน่าสนใจของสินทรัพย์ญี่ปุ่น
Scott Adelson CEO ของ Houlihan Lokey ให้มุมมองว่าแนวคิดแบบเดิมที่มองว่าเงินเยนอ่อนเป็นผลลบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นอาจไม่สอดคล้องกับโครงสร้างปัจจุบัน เนื่องจากระดับดอกเบี้ยต่ำและอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่ากลับช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านราคาให้กับสินทรัพย์และกิจการญี่ปุ่นในสายตานักลงทุนต่างชาติ
ญี่ปุ่นซึ่งเป็นตลาดเป้าหมายสำคัญของ Houlihan Lokey กำลังดึงดูดทั้งกองทุน private equity และนักลงทุนเชิงกลยุทธ์จากต่างประเทศที่มองหาดีลซื้อกิจการในราคาที่ดึงดูดเมื่อเทียบกับสหรัฐและยุโรป โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจที่ต้องการปรับโครงสร้างหรือแยกธุรกิจที่ไม่ใช่แกนหลักออกมาจำหน่าย
ข้อมูลก่อนหน้านี้สะท้อนว่าตลาด M&A ญี่ปุ่นเร่งตัวขึ้นต่อเนื่องจากการที่บริษัทขนาดใหญ่เร่งรวมธุรกิจในประเทศและขายกิจการที่ไม่สร้างผลตอบแทน ขณะเดียวกันนักลงทุนสถาบันต่างชาติรายใหญ่ รวมถึงกองทุนอย่าง KKR และ Blackstone ก็เพิ่มน้ำหนักการระดมทุนและลงทุนในญี่ปุ่นท่ามกลางความผันผวนของสินทรัพย์เอกชนในสหรัฐ
แม้รัฐบาลญี่ปุ่นเริ่มขยับเข้มงวดการกลั่นกรองดีล M&A บางประเภทด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง แต่ผู้เล่นในอุตสาหกรรมประเมินว่าขั้นตอนดังกล่าวจะไม่เป็นอุปสรรคหลักต่อแนวโน้มภาพใหญ่ของการทำดีลในตลาดญี่ปุ่น
การที่เงินทุนทั่วโลกยังมองหาผลตอบแทนในสภาพแวดล้อมดอกเบี้ยที่เริ่มปรับขึ้นในหลายประเทศ ทำให้ญี่ปุ่นซึ่งยังรักษาดอกเบี้ยระดับต่ำและมีค่าเงินอ่อน กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายหลักของเงินลงทุนสำหรับดีล M&A ในช่วงปี 2025-2026 ตามมุมมองของที่ปรึกษาด้านธุรกรรมรายใหญ่จากสหรัฐรายนี้








