Anthropic ผู้พัฒนา generative AI ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางสหรัฐในรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อวันจันทร์ เพื่อขอให้เพิกถอนและระงับการบังคับใช้การขึ้นบัญชี “supply-chain risk” ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ (Pentagon) ที่อาจนำไปสู่การขึ้นบัญชีดำด้านความมั่นคงแห่งชาติจากการจำกัดการใช้ AI เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร โดยบริษัทระบุว่ามาตรการดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญและกระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรม
ก่อนหน้านี้เมื่อวันพฤหัสบดี Pete Hegseth รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐได้ลงนามให้ Anthropic เป็นผู้มีความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน หลังสตาร์ตอัปปฏิเสธคำขอจาก Pentagon ให้ยกเลิก “guardrails” ที่ตั้งไว้ไม่ให้ใช้โมเดล AI เพื่อพัฒนาอาวุธอัตโนมัติเต็มรูปแบบหรือการสอดส่องภายในประเทศ โดยมีรายงานว่าบางเทคโนโลยีของบริษัทถูกใช้ในปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน
คำสั่งภาครัฐและการตอบโต้ทางกฎหมาย
ภายหลังคำสั่งดังกล่าว Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐโพสต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์สั่งให้หน่วยงานของรัฐเลิกใช้ Claude ระบบ AI หลักของ Anthropic ขณะที่สำนักข่าว Axios รายงานว่า ทำเนียบขาวเตรียมออกคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อกำหนดให้หน่วยงานรัฐบาลกลางถอดถอนการใช้งาน AI ของบริษัทออกจากระบบอย่างเป็นทางการ
Anthropic ระบุในคำฟ้องว่า การกำหนดสถานะความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานทั้งภายใต้กฎหมายด้านกลาโหมและกฎหมายพลเรือนเป็นการใช้อำนาจรัฐลงโทษบริษัทจากการกำหนดนโยบายการใช้เทคโนโลยีของตนเอง ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นการใช้สิทธิที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ โดยคำร้องขอให้ศาลยกเลิกการกำหนดดังกล่าวและสั่งห้ามหน่วยงานรัฐบาลบังคับใช้ข้อจำกัดที่เกี่ยวข้อง
นอกจากคดีในศาลแคลิฟอร์เนีย Anthropic ยังยื่นฟ้องแยกอีกคดีต่อศาลอุทธรณ์ District of Columbia Circuit ท้าทายการถูกระบุเป็น supply-chain risk ภายใต้กฎหมายที่กว้างกว่า ซึ่งอาจเปิดทางให้มีการขึ้นบัญชีดำการจัดซื้อจัดจ้างจากหน่วยงานพลเรือนทั้งระบบ โดยขณะนี้รัฐบาลต้องจัดทำการทบทวนระหว่างหน่วยงานเพื่อกำหนดขอบเขตการบังคับใช้ที่แท้จริง
ข้อพิพาทครั้งนี้ถูกจับตามองว่าเป็นบททดสอบสำคัญต่ออำนาจของฝ่ายบริหารสหรัฐในการกำหนดรูปแบบการใช้ AI กับภาคเอกชน และจะชี้ทิศทางว่าในท้ายที่สุดรัฐบาลหรือผู้พัฒนา AI จะมีอำนาจตัดสินใจขั้นสุดท้ายต่อข้อจำกัดการใช้เทคโนโลยีดังกล่าว โดยเฉพาะในการประยุกต์ใช้กับระบบอาวุธและงานด้านความมั่นคง
ผลกระทบต่อธุรกิจและแรงกดดันจากตลาด
ผลของการขึ้นบัญชีเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานถือเป็นแรงกดดันเชิงธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญต่อ Anthropic ซึ่งมีสัญญากับหน่วยงานด้านกลาโหมมูลค่าสูงในช่วงปีที่ผ่านมา โดย Krishna Rao ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของบริษัทแจ้งต่อศาลว่า มาตรการของรัฐบาลอาจทำให้รายได้ปี 2026 หายไปหลายร้อยล้านถึงหลายพันล้านดอลลาร์ และอาจทำให้ลูกค้าองค์กรบางรายชะลอหรือระงับการใช้งาน Claude จนกว่าข้อพิพาทจะได้ข้อยุติในศาล
ด้านนักลงทุนของ Anthropic และพันธมิตรบางราย รวมถึง OpenAI แสดงความกังวลต่อการดำเนินการของรัฐบาล ขณะที่นักวิจัยและวิศวกร 37 คนจาก OpenAI และ Google รวมถึง Jeff Dean หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ของ Google ยื่น amicus brief สนับสนุน Anthropic โดยเตือนว่าการจัดการบริษัทลักษณะนี้อาจทำให้ผู้เชี่ยวชาญ AI ลังเลที่จะอภิปรายอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของเทคโนโลยี AI ในอนาคต
Pentagon ปฏิเสธให้ความเห็นต่อคดีความ แต่ก่อนหน้านี้ยืนยันว่าจะต้องมี “full flexibility” ในการใช้ AI เพื่อการป้องกันประเทศในทุกการใช้งานที่ชอบด้วยกฎหมาย และมองว่าการที่บริษัทกำหนดข้อจำกัดบนเทคโนโลยีของตนอาจเป็นอุปสรรคต่อภารกิจด้านความมั่นคงของสหรัฐ ขณะที่ Anthropic ย้ำว่าความสามารถของโมเดล AI ปัจจุบันยังไม่เพียงพอสำหรับอาวุธอัตโนมัติเต็มรูปแบบและการใช้ในลักษณะดังกล่าวจะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง รวมถึงย้ำจุดยืนคัดค้านการนำเทคโนโลยีไปใช้เพื่อ surveillance ภายในประเทศอย่างเป็นระบบ








