ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า Lucid Group เปิดแผนธุรกิจใหม่ ตั้งเป้ากระแสเงินสดอิสระเป็นบวกช่วงปลายทศวรรษนี้ ผ่านการขยายไลน์สินค้าไปสู่รถ EV กลุ่ม midsize การพัฒนา robotaxi และการรุกตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรปและซาอุดีอาระเบีย ภายใต้กลยุทธ์เพิ่มสัดส่วนรายได้จากซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีมากขึ้น
บริษัทเปิดเผยในงาน investor day ครั้งแรกในรอบเกือบ 5 ปีในฐานะบริษัทจดทะเบียนว่า นอกจากการขยายพอร์ตสินค้าแล้ว ยังมุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และต่อยอดรายได้จากซอฟต์แวร์ ผ่านระบบ advanced driver assistance รุ่นใหม่และผู้ช่วย Lucid artificial intelligence assistant โดยคาดว่าบริการในลักษณะ recurring software subscriptions จะสร้างรายได้เสริมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการขายรถราว 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปีในช่วงปลายทศวรรษ
แผน robotaxi และโมเดลรายได้จากซอฟต์แวร์
Lucid ยังเผยคอนเซ็ปต์รถ robotaxi แบบสองที่นั่งซึ่งพัฒนาบนแพลตฟอร์ม midsize EV รุ่นใหม่ แม้ยังไม่ระบุกรอบเวลาเปิดตัวอย่างชัดเจน ฝั่งผู้บริหารระบุว่าเป็นเป้าหมายช่วง “mid-term” และวางแผนให้รถของบริษัทสามารถขับขี่อัตโนมัติได้ภายใต้เงื่อนไขบางประการภายในปี 2029 พร้อมตั้งเป้าพัฒนาระบบ autonomy ให้ทัดเทียมเทคโนโลยี FSD ของ Tesla ภายในปีหน้า
ในเชิง ecosystem Lucid ประกาศเตรียมเปิดบริการ subscription ด้านซอฟต์แวร์ขับขี่และฟังก์ชันเสริมต่าง ๆ ภายในต้นปี 2027 กำหนดราคาอยู่ระหว่าง 69-199 ดอลลาร์ต่อเดือน ขึ้นกับความสามารถที่ผู้ใช้เลือก อีกทั้งตกลงขยายความร่วมมือด้าน robotaxi กับ Uber ให้ครอบคลุมรถ midsize รุ่นใหม่ เพื่อเร่งสร้างการใช้งานยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติในเชิงพาณิชย์
กลยุทธ์รุกตลาด midsize และขยาย TAM
ด้านผลิตภัณฑ์ บริษัทวางแผนเปิดตัวรถ midsize 3 รุ่น เริ่มจาก Cosmos ภายในปีนี้ ตามด้วยรุ่น Earth ราวหนึ่งปีถัดไป และอีกรุ่นหนึ่งที่ยังไม่เปิดเผยชื่อในภายหลัง รถกลุ่มนี้จะเน้นตลาดผู้ใช้ระดับบน กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์ และกลุ่มสาย outdoor โดยรุ่นท้ายสุดถูกวางตำแหน่งชนกับ Rivian Automotive โดยตรง ซึ่งเตรียมเปิดตัว R2 ราคาเริ่มต้นราว 58,000 ดอลลาร์ ขณะที่ Lucid ระบุว่า midsize รุ่นใหม่จะมีราคาเริ่มต้นราว 50,000 ดอลลาร์ ใกล้เคียงราคาเฉลี่ยรถใหม่ในสหรัฐ
Lucid ย้ำว่าแพลตฟอร์ม midsize EV ใหม่จะโดดเด่นด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงานเช่นเดียวกับรุ่น Air และ Gravity ในปัจจุบัน การขยายไปสู่ midsize และระบบ autonomy ถูกประเมินว่าจะเพิ่ม total addressable market ของบริษัทจากราว 40,000 ล้านดอลลาร์สำหรับ Air และ Gravity เป็นราว 700,000 ล้านดอลลาร์ในอนาคต
ความท้าทายด้านกระแสเงินสดและสภาพคล่อง
อย่างไรก็ดี เป้าหมายกระแสเงินสดเป็นบวกยังถูกมองว่าท้าทาย จากฐานะปัจจุบันของบริษัทและความต้องการ EV ในสหรัฐที่ชะลอตัว Lucid ขาดทุน 2.7 พันล้านดอลลาร์ จากรายได้ 1.35 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 และมีกระแสเงินสดอิสระติดลบ 3.8 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นราว 31% จากปีก่อน ขณะที่ผู้บริหารปฏิเสธระบุปีที่คาดว่าจะพลิกเป็นบวกอย่างเฉพาะเจาะจง
ในด้านฐานะการเงิน Lucid ระบุว่ามีสภาพคล่องรวม 5.5 พันล้านดอลลาร์ รวมถึงวงเงิน delayed draw term loan credit facility ราว 2 พันล้านดอลลาร์จาก Public Investment Fund ของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งได้ปรับจากการถือหุ้นเชิงเพิ่มทุนมาเป็นวงเงินสินเชื่อหมุนเวียน โดยบริษัทเชื่อว่าสภาพคล่องดังกล่าวเพียงพอให้ดำเนินธุรกิจได้ถึงครึ่งแรกของปี 2027 ขณะที่ Rivian ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผู้เล่น EV ที่เร่งขยายตลาด midsize และเทคโนโลยี autonomy เช่นกัน มีสภาพคล่อง 6.59 พันล้านดอลลาร์ ณ สิ้นไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา
แม้ Lucid จะให้รายละเอียดแผนผลิตภัณฑ์และการขยายธุรกิจชัดเจนที่สุดนับตั้งแต่เข้าตลาด แต่หุ้น LCID ปิดการซื้อขายวันพฤหัสบดีที่ 9.84 ดอลลาร์ ลดลง 7.9% สะท้อนบรรยากาศการลงทุนในกลุ่ม EV ที่ยังอ่อนไหวต่อปัจจัยลบอย่างภาษีและนโยบายกำกับดูแล ซึ่งกดดันมุมมองของนักลงทุนต่อศักยภาพการเติบโตระยะสั้นของอุตสาหกรรมนี้โดยรวม
ที่มา: https://www.cnbc.com/2026/03/12/lucid-investor-day.html








