ท่าเรือน้ำมัน Fujairah ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กลับมาดำเนินการขนถ่ายน้ำมันได้ตามปกติแล้ว หลังเกิดเหตุโจมตีด้วยโดรนและเพลิงไหม้เมื่อวันเสาร์ ซึ่งส่งผลให้ต้องหยุดบางส่วนของการปฏิบัติการชั่วคราว ตามรายงานของสื่อที่อ้างแหล่งข่าวอุตสาหกรรมเมื่อวันอาทิตย์
บทบาทของ Fujairah และรายละเอียดเหตุการณ์โจมตี
Fujairah เป็นศูนย์กลาง oil bunkering สำคัญของโลกนอกช่องแคบ Hormuz และเป็นหนึ่งในท่าเรือหลักของการส่งออกและขนถ่ายน้ำมันในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย การหยุดชะงักของการปฏิบัติการในช่วงสั้น ๆ จึงถูกจับตาว่าอาจกระทบต่อเสถียรภาพของการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลาง
รายงานระบุว่าเพลิงไหม้ที่ Fujairah เกิดจากเศษชิ้นส่วนของโดรนที่ถูกสกัดกั้นในอากาศ ขณะที่แหล่งข่าวของ Reuters และ Bloomberg ยืนยันตรงกันว่า การขนถ่ายน้ำมันได้กลับมาดำเนินการแล้ว แม้ Fujairah Media Office ยังไม่ตอบคำถามจากสื่อโดยตรงในขณะนี้
ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ในอ่าวเปอร์เซีย
ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้นหลังจากอิหร่านขู่จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยระบุว่าท่าเรือ Jebel Ali, Khalifa และ Fujairah เป็น “เป้าหมายที่ชอบธรรม” เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าใช้เป็นฐานให้สหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน และเรียกร้องให้ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่โดยรอบ แม้จะไม่มีหลักฐานยืนยันการมีอยู่ของกองกำลังสหรัฐฯ ในท่าเรือเชิงพาณิชย์เหล่านี้
ก่อนหน้านี้หนึ่งวัน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump เพิ่งสั่งการให้ U.S. Central Command โจมตีเป้าหมายทางทหารบนเกาะ Kharg ของอิหร่านเป็นครั้งแรก เกาะดังกล่าวเป็นโหนดยุทธศาสตร์ด้านพลังงาน เนื่องจากคิดเป็นราว 90% ของการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่าน และมีศักยภาพการขนถ่ายราว 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน นักวิเคราะห์เตือนว่าการโจมตีหรือพยายามยึดเกาะดังกล่าวจำเป็นต้องใช้ปฏิบัติการภาคพื้นดินเต็มรูปแบบ ซึ่งสหรัฐฯ ยังมีท่าทีไม่ต้องการดำเนินการ
ผลกระทบต่อตลาดน้ำมันและเศรษฐกิจไทย
ท่ามกลางความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้นยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลติดต่อกันเป็นวันที่สองเมื่อวันศุกร์ และพุ่งขึ้นมากกว่า 40% นับตั้งแต่สงครามในอิหร่านเริ่มต้น นักลงทุนกังวลว่าการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเพิ่มเติมในอ่าวเปอร์เซียอาจผลักดันให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผลกระทบต่อไทย การที่ Fujairah กลับมาดำเนินการได้ช่วยลดโอกาสเกิดภาวะตึงตัวด้านอุปทานน้ำมันในระยะสั้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อราคาน้ำมันดิบดูไบและค่าขนส่งที่ไทยใช้เป็นอ้างอิง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในอ่าวเปอร์เซียที่ยืดเยื้อยังอาจกดดันต้นทุนพลังงานนำเข้าและเงินเฟ้อในไทย หากราคาน้ำมันโลกยังทรงตัวในระดับสูงเป็นเวลานาน
ที่มา: https://www.cnbc.com/2026/03/15/oil-loading-operations-at-ua.html








