OpenAI ปรับกลยุทธ์การลงทุนด้าน data center จากแผนสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ด้วยตนเอง มุ่งใช้ cloud ของพันธมิตรเป็นหลัก หลังเผชิญแรงกดดันจากนักลงทุนต่อภาระลงทุนมหาศาล ขณะเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐช่วงปลายปีนี้
แรงกดดันจากตลาดและการลดเพดานลงทุนระยะยาว
ตลอดปี 2025 Sam Altman CEO ของ OpenAI เดินหน้าลงนามดีลโครงสร้างพื้นฐานมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์กับผู้ผลิตชิปและผู้ให้บริการเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้าน compute ให้เพียงพอต่อการพัฒนาและให้บริการโมเดล AI ที่ใช้ทรัพยากรสูง อย่างไรก็ดี ความกังวลใน Wall Street ต่อการเติบโตของรายได้ที่ยังไม่สอดคล้องกับภาระลงทุน ทำให้บริษัทหันมาใช้กลยุทธ์การใช้จ่ายที่รัดกุมขึ้น และลดขนาดเป้าหมายการลงทุนในระยะยาว
ก่อนหน้านี้ OpenAI เคยระบุว่ากำลังพิจารณาภาระผูกพันด้านลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรวมราว 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงแปดปี ขณะที่รายได้ปีล่าสุดอยู่ที่ 13.1 พันล้านดอลลาร์ ตัวเลขดังกล่าวสร้างความผันผวนในตลาดและกระตุ้นคำถามว่าบริษัทจะรับภาระได้อย่างไร ล่าสุด OpenAI แจ้งต่อนักลงทุนในเดือนกุมภาพันธ์ว่า ปรับเป้ารวมการใช้จ่ายด้าน compute ลงเหลือราว 600,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 โดยให้สอดคล้องกับการคาดการณ์รายได้มากขึ้น
โครงการ Stargate และการถอยจากบทบาทผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
จุดเปลี่ยนสำคัญคือโครงการ Stargate มูลค่า 500,000 ล้านดอลลาร์ใน Abilene รัฐ Texas ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ทำเนียบขาวเมื่อต้นปี 2025 โดยมี OpenAI, SoftBank, Oracle และ Nvidia เป็นแกนนำ เดิม OpenAI มีแผนเช่าหรือครอบครอง data center ด้วยตนเองและเป็นผู้ดำเนินงานโครงการ แต่เมื่อเผชิญกับข้อจำกัดด้านการก่อสร้าง ปัญหา supply chain และความยากลำบากในการดึงเงินทุนจากสถาบันการเงิน บริษัทจึงถอยออกจากบทบาทผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยตรง
ในทางปฏิบัติ OpenAI ยังคงไม่มี data center เป็นของตัวเองและหันไปพึ่งพา Oracle, Microsoft และ Amazon อย่างเข้มข้นมากขึ้น Oracle เป็นผู้เช่าและกู้เงินจำนวนมากเพื่อสร้าง campus หลักของโครงการ Stargate ขณะที่กำหนดการติดตั้งระบบของ Nvidia ขนาด 1 gigawatt ภายในครึ่งหลังของปี 2026 ถูกมองว่ามีความท้าทายสูง เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมประเมินว่า การสร้าง data center ขนาดดังกล่าวอาจใช้เวลาตั้งแต่ 3 ถึง 10 ปีภายใต้เงื่อนไขจริงในพื้นที่
ดีลใหม่กับพันธมิตรและการเน้นวินัยทางการเงินก่อน IPO
การเปลี่ยนทิศทางดังกล่าวสะท้อนผ่านโครงสร้างดีลใหม่กับพันธมิตรหลัก โดยในรอบระดมทุน 110,000 ล้านดอลลาร์ล่าสุด OpenAI ตกลงใช้ Trainium capacity ผ่านโครงสร้างพื้นฐานของ Amazon Web Services ประมาณ 2 gigawatts และขยายความร่วมมือกับ Nvidia เพื่อใช้ระบบ Vera Rubin อีก 3 gigawatts สำหรับ inference และ 2 gigawatts สำหรับ training การลงทุน 30,000 ล้านดอลลาร์ของ Nvidia ในรอบนี้แยกออกจากกรอบดีลลงทุนสูงสุด 100,000 ล้านดอลลาร์ที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้า ซึ่งปัจจุบันถูกบริษัทชิปเองลดความคาดหวังลง และไม่ได้ผูกกับ milestone การติดตั้งระบบเหมือนเดิม
การทบทวนแผน data center มาพร้อมกับการเน้นวินัยทางการเงินและประสิทธิภาพการดำเนินงานในส่วนธุรกิจอื่น OpenAI ประกาศ “code red” เมื่อเดือนธันวาคมเพื่อเร่งพัฒนา ChatGPT ท่ามกลางการแข่งขันจาก Google และ Anthropic และปรับโฟกัสกลุ่มลูกค้าองค์กรไปที่ use case ที่สร้างผลิตภาพสูง ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในช่วงที่นักลงทุนสถาบันจับตาอย่างใกล้ชิดต่อโครงสร้างต้นทุน การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน และเส้นทางสู่ความสามารถทำกำไรของ OpenAI ก่อนการ IPO ที่จะทำให้บริษัทต้องเผชิญการตรวจสอบจากตลาดอย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น
ที่มา: https://www.cnbc.com/2026/03/22/openai-data-center-pivot-underscores-wall-street-ipo-concerns.html








