ญี่ปุ่นเตรียมระบายน้ำมันจากคลังสำรองของรัฐตั้งแต่วันพฤหัสบดีนี้ เพื่อลดผลกระทบจากวิกฤตราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังความขัดแย้งทางทหารระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่านในตะวันออกกลางส่งแรงกดดันต่ออุปทานน้ำมันโลกและเศรษฐกิจญี่ปุ่น
แผนระบายน้ำมันสำรองและกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ
มาตรการดังกล่าวเปิดเผยโดยนายกรัฐมนตรี Sanae Takaichi หลังการประชุมรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องครั้งแรก เพื่อกำหนดแนวทางรองรับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นเริ่มระบายน้ำมันจากสต็อกของภาคเอกชนแล้วตั้งแต่สัปดาห์ก่อน และจะตามมาด้วยการใช้คลังสำรองของรัฐในระยะถัดไป
ญี่ปุ่นจะเริ่มดึงน้ำมันจากคลังสำรองของรัฐในปริมาณเทียบเท่าการใช้หนึ่งเดือน ตามแผนที่รัฐบาลประกาศเมื่อ 11 มีนาคม ซึ่งกำหนดให้เริ่มปล่อยน้ำมันจากคลังเอกชนในปริมาณเทียบเท่าการใช้ 15 วันตั้งแต่ 16 มีนาคม และจะทยอยใช้คลังสำรองร่วมที่ประเทศผู้ผลิตน้ำมันจากตะวันออกกลางเก็บไว้ในญี่ปุ่นภายในสิ้นเดือนนี้ ทั้งนี้เป็นการขยับดำเนินการล่วงหน้าก่อนการระบายน้ำมันร่วมกันภายใต้กรอบ International Energy Agency
ญี่ปุ่นพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางมากกว่า 90% และส่วนใหญ่ต้องขนส่งผ่านช่องแคบ Hormuz ซึ่งปัจจุบันถูกอิหร่านปิดกั้นอย่างมีนัยสำคัญหลังการสู้รบเริ่มขึ้นปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นแรง รัฐบาลญี่ปุ่นจึงให้ความสำคัญกับการรักษาความมั่นคงด้านพลังงาน โดยมีการยืนยันร่วมกับประธานาธิบดีสหรัฐ Donald Trump ถึงความจำเป็นในการรักษาความปลอดภัยการเดินเรือในช่องแคบดังกล่าว
กังวลผลกระทบต่ออุตสาหกรรมและการกระจายความเสี่ยง
วิกฤตพลังงานครั้งนี้ยังสร้างความกังวลต่อผลกระทบในห่วงโซ่อุตสาหกรรม โดยที่ประชุมรัฐมนตรีญี่ปุ่นจะหารือเพิ่มเติมเรื่องผลกระทบจากความเสี่ยงการลดกำลังการผลิต ethylene ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของพลาสติก และการเร่งกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบจากภูมิภาคอื่น เพื่อลดการพึ่งพาตะวันออกกลางในระยะกลางถึงยาว
ในด้านมาตรการการคลัง คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นอนุมัติใช้เงินสำรองงบประมาณปีปัจจุบันจำนวน 800.7 พันล้านเยน โดย 794.8 พันล้านเยนจะถูกนำไปตั้งเป็นกองทุนอุดหนุนเพื่อลดแรงกระแทกจากราคาน้ำมันต่อผู้บริโภคและภาคขนส่ง หลังราคาน้ำมันเบนซินออกเทนปกติในประเทศทะยานทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 190.80 เยนต่อลิตร รัฐบาลตั้งเป้ากดค่าเฉลี่ยราคาขายปลีกลงมาแถว 170 เยนต่อลิตร
นัยต่อไทยท่ามกลางความเสี่ยงจากช่องแคบ Hormuz
สำหรับไทย มาตรการระบายน้ำมันสำรองของญี่ปุ่นช่วยบรรเทาความตึงตัวของตลาดน้ำมันโลกบางส่วน ซึ่งอาจชะลอความรุนแรงของการขึ้นราคาน้ำมันดิบที่ไทยต้องนำเข้า ขณะเดียวกันความเสี่ยงด้านอุปทานจากช่องแคบ Hormuz ยังเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนพลังงานของไทยต่อเนื่อง เนื่องจากไทยก็พึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางในสัดส่วนสูงเช่นกัน ทำให้โอกาสปรับลดราคาพลังงานในประเทศมีจำกัดในระยะสั้น








