SpaceX ซึ่งบริหารโดย Elon Musk ถูกระบุว่ากำลังเตรียมยื่นไฟลิ่งเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ต่อหน่วยงานกำกับดูแลในสหรัฐฯ เร็วสุดภายในสัปดาห์นี้ โดยที่ปรึกษาซึ่งเกี่ยวข้องกับดีลประเมินว่าบริษัทอาจระดมทุนได้มากกว่า 75,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้มีโอกาสเป็นหนึ่งใน IPO ขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดทุนโลก และมีเป้าหมายเข้าจดทะเบียนใน Nasdaq พร้อมมุ่งเข้าเป็นสมาชิกดัชนี Nasdaq 100 ให้เร็วที่สุด
ช่องทางลงทุนผ่านกองทุนต่างประเทศ
แม้หุ้น SpaceX ยังไม่เปิดให้ซื้อขายโดยตรง แต่นักลงทุนในตลาดทุนสามารถเข้าถึงการเติบโตของบริษัทได้ผ่านกองทุนที่ถือหุ้น SpaceX อยู่แล้วหลายกองทุน โดยข้อมูลล่าสุดจาก The Information และ Morningstar ระบุว่ากองทุนเหล่านี้มีน้ำหนักลงทุนใน SpaceX ในระดับสูงเมื่อเทียบกับพอร์ตทั้งหมด
Baron Partners Fund (BPTRX) เป็นกองทุนที่มีน้ำหนัก SpaceX สูงสุด โดย SpaceX เป็นหลักทรัพย์อันดับหนึ่งในพอร์ต คิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของมูลค่ารวมพอร์ตการลงทุน และเมื่อรวมกับ Tesla ซึ่งดำเนินงานโดย Musk เช่นกัน สองบริษัทนี้คิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งกองทุน ผลตอบแทนหน่วยลงทุนสำหรับนักลงทุนรายย่อยของ BPTRX ติดลบราว 5% ตั้งแต่ต้นปี 2026 หลังจากปี 2025 ทำผลตอบแทนได้กว่า 24% อยู่ในกลุ่มบนของกองทุนประเภทเดียวกัน
Baron Focused Growth Fund (BFGIX) ถือ SpaceX ราวเกือบหนึ่งในสี่ของพอร์ตลงทุน โดยมี Tesla เป็นหลักทรัพย์ใหญ่อีกตัวที่ราว 6% ของพอร์ต หน่วยลงทุนสำหรับสถาบันของ BFGIX ให้ผลตอบแทนติดลบมากกว่า 4% ในปี 2026 แต่ก่อนหน้านี้สามปีติดต่อกันทำผลตอบแทนเติบโตเลขสองหลัก ตามข้อมูลของ Morningstar
ในฝั่งกองทุนที่เน้นบริษัทเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพ ARK Venture Fund (ARKVX) ของ Cathie Wood ให้สัดส่วนลงทุนใน SpaceX ราว 18% ของพอร์ต พร้อมถือหุ้นเอกชนเทคโนโลยีระดับยูนิคอร์นอื่น ๆ อย่าง Anthropic, Databricks และ Groq กองทุน ARKVX ทำผลตอบแทนบวกมากกว่า 6% ในปี 2026 ต่อเนื่องจากปี 2025 ที่ทำผลตอบแทนกว่า 55%
XOVR และหุ้น EchoStar รับข่าวเชิงบวก
Private-Public Crossover ETF (XOVR) เป็นกองทุน ETF ที่มีน้ำหนักลงทุนใน SpaceX สูงเป็นพิเศษ คิดเป็นเกือบ 45% ของพอร์ต ขณะที่ Nvidia เป็นหลักทรัพย์ใหญ่อันดับสองที่ประมาณ 4% กองทุน XOVR ปรับตัวลงราว 15% ตั้งแต่ต้นปีนี้ โดยปี 2025 ให้ผลตอบแทนราว 12% แต่ยังจัดอยู่ในกลุ่มผลตอบแทนไตรมาสล่างเมื่อเทียบกับ ETF ประเภทเดียวกัน ตามการจัดอันดับของ Morningstar
ด้านหุ้นรายตัว EchoStar ซึ่งถือหุ้นประมาณ 3% ใน SpaceX ปรับขึ้นทันทีราว 8% ในวันพุธหลังมีรายงานข่าวเรื่องการเตรียม IPO ของ SpaceX โดยราคาหุ้น EchoStar บวกแล้วราว 10% ตั้งแต่ต้นปี 2026 ต่อเนื่องจากแรงปรับขึ้นกว่า 375% ตลอดปี 2025 สะท้อนความคาดหวังของนักลงทุนต่อดีล IPO ที่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงสร้างผู้ถือหุ้น SpaceX
นัยต่อผู้ลงทุนไทยและความเสี่ยงพอร์ตต่างประเทศ
สำหรับนักลงทุนไทย การเคลื่อนไหวเตรียม IPO ของ SpaceX มีนัยต่อพอร์ตลงทุนต่างประเทศที่เข้าถึงได้ผ่านกองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคลที่ไปลงทุนใน BPTRX, BFGIX, ARKVX หรือ XOVR ซึ่งบางกองทุนในไทยอาจถืออยู่ในสัดส่วนหนึ่งของพอร์ต ทั้งนี้ ความผันผวนของราคากองทุนและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ SpaceX โดยเฉพาะในช่วงก่อนและหลัง IPO อาจส่งผลต่อมูลค่าพอร์ตลงทุนของผู้ลงทุนไทยที่มีสัดส่วนต่างประเทศสูง จึงควรติดตามเงื่อนไขดีลและการประเมินมูลค่าหุ้นอย่างใกล้ชิดผ่านผู้จัดการกองทุนและที่ปรึกษาการลงทุนที่เกี่ยวข้อง








