แรงขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ช่วงกลางวันคืนวันศุกร์ตามเวลานิวยอร์กผันผวนรุนแรง หลังราคาน้ำมันร่วงกว่า 12% และนักลงทุนผิดหวังต่อแนวโน้มผลประกอบการของ Netflix ขณะที่ข่าวการเปิดช่องแคบฮอร์มุซระหว่างการหยุดยิงชั่วคราวของ Israel และ Lebanon กลับกลายเป็นปัจจัยหนุนหุ้นท่องเที่ยวและเดินทางให้พุ่งแรง สวนทางกับกลุ่มพลังงานและเคมีภัณฑ์การเกษตร
น้ำมันร่วงฉุดหุ้นพลังงาน ขณะช่องแคบฮอร์มุซเปิดเดินเรือ
หุ้นพลังงานถูกเทขายหนักหลัง Iran เปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือพาณิชย์เดินเรือได้เต็มรูปแบบระหว่างช่วงหยุดยิง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบร่วงแรงกว่า 12% หุ้น APA Corp. ดิ่งกว่า 9% Valero Energy ร่วงกว่า 8.5% Occidental Petroleum ลดลงกว่า 7% ขณะที่ Exxon Mobil อ่อนตัว 5% และ Chevron ร่วงมากกว่า 4% สะท้อนความกังวลต่อรายได้และส่วนต่างกำไรในธุรกิจน้ำมัน
ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มเดินทางและท่องเที่ยวดีดตัวแรงจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ผ่อนคลายลงหลังช่องแคบฮอร์มุซเปิดเดินเรือ โดย Royal Caribbean พุ่ง 9.7% United Airlines เพิ่มขึ้นกว่า 9% และ Expedia บวก 5% นักลงทุนกลับมาประเมินบรรยากาศการเดินทางระหว่างประเทศและเส้นทางเดินเรือเชิงพาณิชย์ว่าจะฟื้นตัวได้เร็ว หากการหยุดยิงยืดเยื้อและสถานการณ์ไม่ลุกลาม
หุ้นบริษัทเกี่ยวเนื่องสินทรัพย์โภคภัณฑ์เคลื่อนไหวผันผวนชัดเจน Critical Metals ทะยานกว่า 40% หลังรัฐบาล Greenland อนุมัติให้โอนสัดส่วนถือหุ้น 50.5% ในเหมืองแร่หายาก Tanbreez Mining ให้บริษัท ส่งผลให้สัดส่วนถือหุ้นในโครงการเพิ่มเป็น 92.5% ด้านหุ้นเคมีภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับตลาดเกษตรกลับถูกขายหนัก เพราะการเปิดช่องแคบฮอร์มุซเอื้อต่อการลำเลียงส่วนผสมปุ๋ยมากขึ้น Intrepid Potash และ CF Industries ร่วง 10% ขณะที่ Dow ดิ่ง 11%
เทค-ไฟแนนซ์เคลื่อนไหวแรง ตามทิศทาง bitcoin และการแนะนำหุ้น
ในกลุ่มเทคโนโลยีและการเงินเฉพาะทาง หุ้นบริษัทถือครอง bitcoin รายใหญ่ Strategy ปรับขึ้นราว 13% ตามทิศทางราคา bitcoin ที่ดีดตัวขึ้น 3% ทะลุ 77,000 ดอลลาร์ ส่งผลให้มูลค่าพอร์ต bitcoin ของบริษัทกลับมาเหนือราคาทุนเฉลี่ยที่ราว 76,052 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ส่วน Affirm ผู้ให้บริการ buy now, pay later พุ่งกว่า 8% หลังถูก Morgan Stanley ยกให้เป็นหุ้นเด่น โดยมองว่ามีอัพไซด์ด้านกำไรและได้รับแรงหนุนจากความกังวลเรื่อง private credit ที่ลดลง แม้ราคาหุ้นจะอ่อนลงมาแล้วราว 19% ตั้งแต่ต้นปี
หุ้นเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและชิ้นส่วนรถยนต์เคลื่อนไหวในทิศทางต่างกัน Onto Innovation ผู้ผลิตอุปกรณ์ควบคุมกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ พุ่งมากกว่า 8% หลังรายได้ไตรมาสแรกเบื้องต้นดีกว่าคาด และถูก Stifel Financial ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” พร้อมปรับราคาเป้าหมาย 12 เดือนเป็น 350 ดอลลาร์ ขณะที่ Autoliv ผู้ผลิตถุงลมนิรภัย เข็มขัดนิรภัย และพวงมาลัยรถยนต์ บวก 10% หลังกำไรต่อหุ้นไม่รวมรายการพิเศษที่ 2.05 ดอลลาร์ และรายได้ 2.75 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้
กระแสขายหนักยังเกิดกับหุ้นบางรายจากตัวเลขงบไตรมาสแรกที่อ่อนแอ Badger Meter ผู้ผลิตเครื่องมือวัดและควบคุมการใช้น้ำ ร่วง 18% หลังทั้งกำไรต่อหุ้น รายได้ และกำไรจากการดำเนินงานออกมาต่ำกว่าคาด ขณะที่ Alcoa ผู้ผลิตอลูมิเนียมร่วง 7% หลังประกาศกำไรปรับปรุง 1.40 ดอลลาร์ต่อหุ้น และรายได้ 3.19 พันล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ LSEG คาดที่ 1.49 ดอลลาร์ต่อหุ้น และ 3.28 พันล้านดอลลาร์ ตามลำดับ ส่วน Albemarle ถูกขายลงกว่า 8% หลังถูก Baird ปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ” จากเดิม “ซื้อ” แม้หุ้นเพิ่งพุ่งขึ้น 16% เมื่อวันก่อน
งบ Netflix กดดันจิตวิทยาตลาด สะเทือนไปถึงหุ้นไทย
แรงกดดันสำคัญต่อจิตวิทยาตลาดมาจาก Netflix ซึ่งร่วง 9% หลังบริษัทคาดการณ์กำไรไตรมาสสองเพียง 0.78 ดอลลาร์ต่อหุ้น ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ LSEG คาดที่ 0.84 ดอลลาร์ต่อหุ้น ขณะเดียวกันข่าว Reed Hastings ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานกรรมการเตรียมลาออกจากบอร์ดในเดือนมิถุนายน ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอน ด้าน Ally Financial ปรับขึ้น 9% หลังประกาศกำไรไตรมาสแรก 1.11 ดอลลาร์ต่อหุ้น สูงกว่าที่คาด 0.93 ดอลลาร์ แม้รายได้ 2.10 พันล้านดอลลาร์จะต่ำกว่าคาดเล็กน้อย
สำหรับนักลงทุนไทย การเปิดช่องแคบฮอร์มุซและความผันผวนรุนแรงในหุ้นพลังงาน-ท่องเที่ยวทั่วโลกอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบและค่าระวางเรือ ซึ่งมีน้ำหนักต่อหุ้นพลังงาน สายการบิน ท่องเที่ยว และปุ๋ยในตลาดหุ้นไทย ขณะเดียวกันแรงขายในหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ อย่าง Netflix และการเคลื่อนไหวของหุ้นเกี่ยวกับ bitcoin อาจสร้างแรงกระเพื่อมต่อกระแสเงินทุนต่างชาติและการประเมินมูลค่าหุ้นเทคโนโลยีและกลุ่มดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียรวมถึงไทยในระยะสั้นด้วย
ที่มา: https://www.cnbc.com/2026/04/17/stocks-making-the-biggest-moves-midday-rcl-xom-crml-nflx.html








