สหรัฐประกาศเตือนสถาบันการเงินทั่วโลกว่ามีความเสี่ยงถูกมาตรการคว่ำบาตร หากเกี่ยวข้องกับธุรกรรมของโรงกลั่นอิสระในจีน หรือ “teapot refineries” ที่รับซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่าน ซึ่งสหรัฐมองว่าเป็นแหล่งรายได้สำคัญของรัฐบาลเตหะราน ท่ามกลางความตึงเครียดด้านความมั่นคงในปัจจุบัน
กระทรวงการคลังสหรัฐระบุในแถลงการณ์ว่า สถาบันการเงินควรหลีกเลี่ยงการอำนวยความสะดวกด้านธุรกรรมให้โรงกลั่นอิสระของจีนที่นำเข้าน้ำมันดิบอิหร่าน เนื่องจากอาจเข้าข่ายถูกคว่ำบาตร โดยชี้ว่าจีนซื้อคิดเป็นราว 90% ของการส่งออกน้ำมันอิหร่าน และโรงกลั่น teapot เป็นผู้รับซื้อหลักของปริมาณดังกล่าว
ขยายวงคว่ำบาตรครอบคลุมโรงกลั่น ท่าเรือ และโลจิสติกส์
หน่วยงานสหรัฐระบุเพิ่มเติมว่ารายได้จากการขายน้ำมันเหล่านี้สนับสนุนรัฐบาลอิหร่าน โครงการอาวุธ และกองทัพ อีกทั้งพบว่าโรงกลั่นอิสระบางแห่งยังใช้ระบบการเงินของสหรัฐทำธุรกรรมเป็นสกุลดอลลาร์และจัดหาสินค้าจากสหรัฐด้วย กระทรวงการคลังจึงขอให้สถาบันการเงินดำเนินการตรวจสอบธุรกรรมอย่างเข้มงวดเป็นพิเศษกับคู่ค้าจีน โดยเฉพาะโรงกลั่นในมณฑล Shandong รวมถึงบริษัทในเอเชียและตะวันออกกลางที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานน้ำมันอิหร่านไปยังจีน
มาตรการล่าสุดเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “maximum pressure” ของรัฐบาลประธานาธิบดี Donald Trump ที่มุ่งตัดช่องทางรายได้ของอิหร่าน ก่อนการเยือนปักกิ่งของผู้นำสหรัฐภายในเดือนหน้าไม่กี่สัปดาห์ ทั้งนี้ สหรัฐเพิ่งประกาศคว่ำบาตร Hengli Petrochemical (Dalian) Refinery ซึ่งเป็นหนึ่งใน teapot refinery รายใหญ่ของจีนและลูกค้ารายสำคัญของน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันจากอิหร่าน พร้อมลงดาบโรงกลั่น teapot อีก 4 แห่ง
สหรัฐยังขยายการคว่ำบาตรไปถึงผู้ให้บริการท่าเรือในมณฑล Shandong และผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงกับการขนส่งน้ำมันอิหร่าน โดยระบุว่ามักใช้นาวิกขบวน “shadow fleet” ซึ่งเป็นเรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรและมีการปลอมแปลงข้อมูลตำแหน่ง เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับและขนส่งน้ำมันไปยังโรงกลั่นจีน
กระทรวงการคลังอธิบายว่า การขนส่งน้ำมันอิหร่านจำนวนมากใช้วิธีถ่ายลำจากเรือสู่เรือหลายครั้ง บางครั้งใช้เรือที่ปลดระวางแล้ว บริเวณอ่าวเปอร์เซียหรือช่องแคบมะละกาเพื่อพรางแหล่งที่มา และในบางกรณีน้ำมันจะถูกผสมกับน้ำมันจากประเทศอื่นหรือสวมสิทธิ์เอกสารให้เป็น “Malaysian blend” เพื่อซ่อนต้นทางที่แท้จริง
ความตึงเครียดตะวันออกกลางและนัยต่อไทย
ด้านสหรัฐอ้างว่า ท่าเรือส่งออกหลักบนเกาะ Kharg ของอิหร่านกำลังใกล้เต็มกำลังการเก็บสำรอง ซึ่งอาจบีบให้เตหะรานต้องลดการผลิตและสูญเสียรายได้วันละราว 170 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ทั้งสหรัฐและอิหร่านยังอยู่ในสถานะหยุดยิงไม่มีกำหนด แต่ความตึงเครียดในภูมิภาคยังสูง โดยอิหร่านยังไม่เปิดช่องแคบ Hormuz และสหรัฐยังคงปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน
สำหรับไทย มาตรการคว่ำบาตรที่เข้มขึ้นต่อการค้าพลังงานระหว่างอิหร่านและจีนอาจเพิ่มความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในภูมิภาค รวมถึงต้นทุนนำเข้าน้ำมันของไทย เนื่องจากจีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ในเอเชียและเป็นคู่ค้าสำคัญของบริษัทเทรดดิ้งและสถาบันการเงินไทยที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมพลังงานระหว่างประเทศ สถาบันการเงินไทยที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายการค้าพลังงานในเอเชียอาจต้องเพิ่มความเข้มงวดด้าน compliance เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงถูกคว่ำบาตรทุติยภูมิจากสหรัฐในอนาคต








