นักวิเคราะห์สินทรัพย์ตราสารหนี้ในสหรัฐชี้ว่า securitized products โดยเฉพาะ asset-backed securities (ABS) และ commercial mortgage-backed securities (CMBS) กำลังกลายเป็นทางเลือกลงทุนเพื่อรับมือความผันผวนที่เกิดจากความกังวลต่อ AI disruption ในตลาดการเงิน ขณะที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นและสงครามในอิหร่าน ยังคงกดดันบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก
จุดเด่นของ ABS/CMBS ท่ามกลางความเสี่ยงจาก AI
ผู้เชี่ยวชาญจาก Nuveen และ Janus Henderson Investors มองว่าสินทรัพย์ประเภท ABS และ CMBS มีจุดเด่นคือมีสินทรัพย์จริงและกระแสเงินสดรองรับ เช่น สินเชื่อรถยนต์ หนี้บัตรเครดิต สินเชื่อโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่าง data center และ cell tower รวมถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยและอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ประเภทออฟฟิศ ศูนย์การค้า อพาร์ตเมนต์ และคลังสินค้า ทำให้ได้รับผลกระทบจาก AI โดยตรงน้อยกว่าธุรกิจดิจิทัลหรือหุ้นเทคโนโลยี
ฝั่ง Nuveen ระบุว่า ABS และ CMBS ยังให้ผลตอบแทนส่วนเพิ่มเมื่อเทียบกับตราสารหนี้ประเภทอื่น โดยยกตัวอย่างกองทุน Nuveen Securitized Income ETF (NSCI) ที่มี 30-day SEC yield ราว 5.19% ควบคู่กับค่าใช้จ่ายกองทุน 0.38% ส่วน Janus Henderson ชี้ว่า แม้ตลาดตราสารหนี้บริษัทเอกชนจะมีแรงระดมทุนก้อนใหญ่จากกลุ่ม hyperscaler ที่เกี่ยวข้องกับ AI ราว 285,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ แต่ปริมาณการออกตราสารในรูปแบบ ABS และ CMBS ที่ผูกกับ data center ยังอยู่ในระดับประมาณ 50,000 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าตลาด corporate bond อย่างมาก จึงลดความเสี่ยงการออกตราสารล้นตลาดในเซกเตอร์นี้
นักลงทุนบางส่วนยังมองว่า ABS ที่อ้างอิงกับ data center ที่สร้างเสร็จแล้วและเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าเรียบร้อย เป็นธีมลงทุนในตราสารหนี้ที่เชื่อมโยงกับ AI ที่น่าสนใจที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากสินทรัพย์สร้างรายได้จากสัญญาใช้บริการ compute ที่ชัดเจนและมี cash flow ที่คาดการณ์ได้ ใช้รองรับการจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้นให้ผู้ถือ ABS ได้อย่างมีเสถียรภาพ พร้อมเปิดโอกาสเติบโตไปกับความต้องการใช้ AI ที่เพิ่มขึ้น
ด้าน CMBS แม้ยังถูกกดดันจากความไม่เชื่อมั่นในตลาดออฟฟิศหลังโควิดและดอกเบี้ยขาขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่ผู้จัดการกองทุนรายใหญ่ยังมองว่ากลุ่มนี้มีมูลค่าน่าสนใจ โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์อุตสาหกรรม โรงแรม และที่อยู่อาศัยหลายครอบครัว ซึ่งเกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้า การขนส่ง และบริการที่จับต้องได้ ซึ่งไม่สามารถถูกแทนที่ได้ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพียงอย่างเดียว และอาจได้อานิสงส์จากการเพิ่มผลิตภาพที่มาจากการประยุกต์ใช้ AI ในระบบธุรกิจ
ในฝั่งออฟฟิศ แม้ตลาดยังระมัดระวังจากทั้งกระแสทำงานแบบ hybrid และความกังวลว่า AI จะกระทบต่อการจ้างงานสายออฟฟิศ แต่บางส่วนของตลาด เช่น อาคารเกรดพรีเมียมในเมืองใหญ่ของสหรัฐอย่าง New York ยังคงมีอุปสงค์แข็งแกร่ง ทำให้ผู้จัดการสินทรัพย์เน้นคัดเลือกดีล CMBS แบบเฉพาะเจาะจง โดยให้ความสำคัญกับผู้พัฒนาอาคาร ทำเล ผู้เช่า และประเภทสินทรัพย์ มากกว่าการมองเชิงภาพรวมเซกเตอร์เพียงด้านเดียว
นัยต่อผู้ลงทุนไทยและโอกาสพัฒนาผลิตภัณฑ์
สำหรับนักลงทุนไทย การเคลื่อนไหวในตลาด ABS และ CMBS ระดับโลกมีนัยสำคัญต่อโอกาสลงทุนผ่านกองทุนรวมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่กระจายพอร์ตไปยังตราสารหนี้ต่างประเทศ รวมถึงธนาคารพาณิชย์และนักลงทุนสถาบันไทยที่ลงทุนใน securitized products สกุลดอลลาร์อยู่แล้ว แนวโน้มที่ผู้จัดการกองทุนต่างชาติเพิ่มน้ำหนัก ABS/CMBS เพื่อรองรับความเสี่ยงจาก AI disruption อาจส่งผลให้มีผลิตภัณฑ์ลงทุนใหม่ ๆ ในไทยที่อิงสินทรัพย์กลุ่มนี้มากขึ้น และเป็นอีกช่องทางให้ผู้ลงทุนกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดหุ้นโลกที่ถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI สูงขึ้นต่อเนื่อง








