แรงขายหุ้นกลุ่ม software ในตลาดสหรัฐฯ ยังคงรุนแรง แม้ผลประกอบการระยะสั้นไม่ได้ทรุดตัว โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่าต้นตอสำคัญมาจากการที่นักลงทุนปรับลด “terminal value” หรือมูลค่าปลายทางระยะยาวของธุรกิจ ท่ามกลางความไม่แน่นอนว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะกระทบความสามารถทำกำไรในอนาคตอย่างไร
กระแสกังวลว่า AI อาจเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรม software ทำให้ Wall Street ไม่มั่นใจในการประเมินมูลค่าธุรกิจหลังช่วง 2-3 ปีข้างหน้า แม้ประมาณการกำไรปีหน้าของบริษัทส่วนใหญ่ยังไม่ถูกปรับลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่การทบทวนสมมติฐานด้านการเติบโตและความสามารถทำกำไรระยะยาว ทำให้นักลงทุนเรียกร้องส่วนลดที่สูงขึ้นต่อราคาหุ้นปัจจุบัน
Terminal value กับแรงกดดันต่อมูลค่าหุ้นในยุค AI
ผลกระทบชัดเจนในหุ้น software รายใหญ่ เช่น Salesforce, Workday และ ServiceNow ที่ราคาปรับลงแรงตลอดปีนี้ ทั้งที่ตัวเลขกำไรยังทรงตัว สะท้อนว่าตลาดให้ความสำคัญกับความไม่แน่นอนของภาพอนาคตมากกว่าข้อมูลผลประกอบการระยะสั้น
ในเชิงวิธีประเมินมูลค่า หุ้นมักถูกพูดถึงผ่านตัวเลข price-to-earnings ที่เน้นผลกำไร 1-2 ปีข้างหน้า แต่สำหรับการประเมินมูลค่าระยะยาว นักลงทุนสถาบันใช้แบบจำลอง discounted cash flow (DCF) ซึ่งสัดส่วนสำคัญของมูลค่ามักมาจาก terminal value ที่สะท้อนมูลค่ากระแสเงินสดหลังช่วงคาดการณ์หลักไปแล้ว
การปรับลดสมมติฐาน terminal value เล็กน้อย เช่น อัตราการเติบโตระยะยาวหรืออัตรากำไรที่ยืนได้ใน “ยุค AI” สามารถกดให้มูลค่าที่คำนวณได้ลดลงมากกว่าการปรับประมาณการกระแสเงินสดในระยะ 1-2 ปี ทำให้ราคาหุ้นผันผวนแรง แม้ข่าวผลประกอบการระยะสั้นจะไม่ได้เลวร้าย
สำหรับนักลงทุนไทยที่ถือกองทุน global equity หรือกองทุน thematic ด้าน technology และ AI ตลอดจนหุ้น software ต่างประเทศผ่านพอร์ตส่วนตัว ความผันผวนจากการทบทวน terminal value ในกลุ่ม software อาจทำให้มูลค่าพอร์ตเหวี่ยงมากขึ้นในระยะนี้ ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงคัดเลือกซื้อหุ้นหรือกองทุนที่ตลาดอาจประเมินความเสี่ยงระยะยาวเกินจริง หากเชื่อว่า AI จะเสริม ไม่ได้ทำลายความสามารถทำกำไรของบางบริษัทในระยะยาว
ที่มา: https://www.cnbc.com/2026/02/25/the-important-valuation-metric-fueling-the-ai-software-sell-off.html








