Alphabet กลับเข้าสู่ความสนใจของนักลงทุนอีกครั้ง หลังศาลสหรัฐตัดสินหนุนโครงสร้างธุรกิจหลักที่เกี่ยวข้องกับดีลความร่วมมือกับ Apple และการเป็น search engine หลักบนเบราว์เซอร์ Safari ควบคู่กับการเปิดตัวโมเดลปัญญาประดิษฐ์รุ่นใหม่ Gemini 3 ที่ถูกมองว่าเป็นมาตรฐานล่าสุดของตลาดโมเดล AI ขนาดใหญ่
ก่อนหน้านี้ นักลงทุนบางส่วนลดน้ำหนักการถือหุ้น Alphabet จากความกังวลว่าบริษัทพัฒนา Gemini ล่าช้ากว่า OpenAI และเผชิญความเสี่ยงจากการฟ้องร้องของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ที่ต้องการให้แยกธุรกิจเบราว์เซอร์ Chrome และจำกัดการจ่ายเงินให้ Apple เพื่อแลกกับการเป็น search engine หลักในอุปกรณ์ iPhone
เทคโนโลยี Gemini 3 และคำตัดสินศาลหนุนภาพระยะยาว
อย่างไรก็ตาม การเปิดตัว Gemini 3 ได้เปลี่ยนมุมมองของตลาดอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากโมเดลถูกพัฒนาและรันบน custom silicon ที่ Google ร่วมออกแบบกับ Broadcom ทำให้รองรับงานประมวลผล AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเปิดโอกาสสร้างรายได้ใหม่จากการจำหน่ายชิปให้ลูกค้าองค์กรรายอื่น
ในด้านกฎหมาย คำตัดสินของศาลที่ออกมาหนุน Alphabet ช่วยให้บริษัทไม่ต้องแยกธุรกิจ Chrome และยังคงรักษาความร่วมมือระยะยาวกับ Apple ต่อไปได้ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในช่วงที่ Apple มีแผนใช้เทคโนโลยีจากภายนอกในการยกระดับ Siri สู่รูปแบบ conversational digital assistant และต้องพึ่งพาพันธมิตรด้าน AI รายใหญ่
นักวิเคราะห์บางรายมองว่า Alphabet มีจุดแข็งเหนือคู่แข่งอย่าง OpenAI จากฐานกระแสเงินสดที่แข็งแรงของ Google ซึ่งช่วยรองรับต้นทุนการลงทุนด้าน data center และ AI chips ได้ดีกว่า ขณะที่ OpenAI ถูกประเมินมูลค่าบริษัทใกล้แตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ท่ามกลางข้อสงสัยต่อความสามารถในการรองรับภาระผูกพันการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI มูลค่าราว 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ และอัตราการเผาผลาญเงินสดที่สูง
พัฒนาการด้านเทคโนโลยีและด้านกฎหมายทั้งสองประเด็นนี้ ทำให้มุมมองของตลาดต่อศักยภาพการเติบโตของกำไรในอนาคตของ Alphabet เริ่มปรับดีขึ้นอีกครั้ง หุ้นกลับเข้ามาอยู่ในรายชื่อที่ถูกจับตาในกลุ่มบริษัท AI รายใหญ่ของสหรัฐ โดยนักลงทุนหันมาประเมินใหม่จากข้อมูลปัจจุบัน มากกว่ายึดติดกับคำตัดสินด้านการลงทุนในอดีตที่อาจเคยขายหุ้นออกไปก่อนหน้า








