Alphabet รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาด หลังรายได้รวมเติบโต 20% แตะ 109.9 พันล้านดอลลาร์ ได้แรงหนุนหลักจากธุรกิจ Google Cloud และการใช้งาน enterprise AI solutions ที่เร่งตัว ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งต่อเนื่องและหนุนบรรยากาศหุ้นเทคขนาดใหญ่ในตลาดสหรัฐ
กำไรสุทธิไตรมาสแรกอยู่ที่ 62.57 พันล้านดอลลาร์ หรือ 5.11 ดอลลาร์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 81% จากปี ก่อนที่มีกำไรสุทธิ 34.54 พันล้านดอลลาร์ หรือ 2.81 ดอลลาร์ต่อหุ้น ขณะที่รายได้รวมสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ซึ่งสำรวจโดย LSEG คาดไว้ที่ 107.2 พันล้านดอลลาร์ แม้ตัวเลข EPS ที่คาดการณ์เดิมจะไม่สามารถเทียบตรงได้ทั้งหมด
แรงขับจาก Google Cloud และ AI
ธุรกิจ Google Cloud รายงานรายได้ 20.02 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 63% จากปีก่อน และสูงกว่าประเมินของ StreetAccount ที่ 18.05 พันล้านดอลลาร์ โดยบริษัทระบุว่าการเติบโตมาจาก Google Cloud Platform (GCP) ในกลุ่ม enterprise AI solutions และ enterprise AI infrastructure เป็นหลัก ปัจจุบัน Google Cloud มี backlog มูลค่ารวมราว 460 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนอุปสงค์ในอนาคตที่ยังแข็งแกร่ง แม้ฝ่ายบริหารยอมรับว่าบริษัทอยู่ในภาวะ “compute constrained” ทำให้รายได้ cloud น่าจะสูงกว่านี้หากสามารถรองรับดีมานด์ได้เต็มที่
รายได้จากโฆษณาโดยรวมของ Google อยู่ที่ 77.25 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 15.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยธุรกิจ Search เติบโต 19% เมื่อเทียบรายปี ได้แรงหนุนจากฟีเจอร์ AI ที่ช่วยเพิ่มการใช้งาน อย่างไรก็ตาม รายได้ YouTube advertising อยู่ที่ 9.88 พันล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าคาดของ StreetAccount ที่ 9.99 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่รายได้จาก YouTube subscriptions เติบโตเร็วกว่าธุรกิจโฆษณา
ส่วนธุรกิจ Other Bets ซึ่งรวม Waymo รายงานรายได้ 411 ล้านดอลลาร์ ลดลงจาก 450 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน แต่ Waymo ยังเดินหน้าขยายการให้บริการรถยนต์ไร้คนขับ โดยปัจจุบันให้บริการ fully autonomous กว่า 500,000 เที่ยวต่อสัปดาห์ และเตรียมขยายไปยังหลายเมืองในสหรัฐ รวมถึงมีแผนเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ร่วมกับ Lyft ภายในปีนี้ ขณะเดียวกัน Waymo เพิ่งปิดดีลระดมทุน 16 พันล้านดอลลาร์ จากนักลงทุนภายนอก ที่มูลค่ากิจการ 126 พันล้านดอลลาร์
แผนลงทุน CapEx หนุนโครงสร้างพื้นฐาน AI
ด้านการลงทุนระยะยาว Alphabet ปรับกรอบประมาณการ capital expenditure ปี 2026 ขึ้นเป็น 180–190 พันล้านดอลลาร์ จากเดิม 175–185 พันล้านดอลลาร์ และคาดว่า CapEx ปี 2027 จะเพิ่มขึ้น “อย่างมีนัยสำคัญ” เมื่อเทียบกับปีนี้ โดยเฉพาะในด้าน real estate, servers, data centers และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวกับ AI ในไตรมาส 1 บริษัทใช้จ่าย CapEx แล้ว 35.7 พันล้านดอลลาร์ อีกทั้งยังเดินหน้าควบรวมกิจการ Intersect ผู้พัฒนา data center มูลค่า 4.75 พันล้านดอลลาร์ รวมภาระหนี้
กระแสคาดหวังต่อ AI และ cloud infrastructure ทำให้หุ้น Alphabet ปรับตัวขึ้นราว 21% ในเดือนนี้ แซงหน้าหุ้นในกลุ่ม Magnificent Seven ขณะที่ดัชนี Nasdaq บวกประมาณ 14% เตรียมปิดเดือนที่ดีที่สุดนับตั้งแต่เมษายน 2020 แม้ยังมีความกังวลว่าราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นและปัญหา supply chain จากสงครามในอิหร่านอาจดันต้นทุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ให้สูงขึ้น
นัยต่อไทยและภูมิภาค
สำหรับไทย ผลประกอบการและแผนลงทุน CapEx ขนาดใหญ่ของ Alphabet สะท้อนแนวโน้มที่ผู้ให้บริการ cloud ระดับโลกเร่งขยาย data center และ AI infrastructure ซึ่งอาจต่อยอดมาสู่การลงทุนหรือการขยายบริการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงไทยในระยะถัดไป สร้างทั้งโอกาสด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การพัฒนา AI และการแข่งขันด้านต้นทุน cloud สำหรับธุรกิจไทยและสตาร์ทอัพในประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่พึ่งพา Google Cloud และบริการ AI ของบริษัท
ที่มา: https://www.cnbc.com/2026/04/29/alphabet-googl-q1-2026-earnings.html








