หอการค้า American Chamber of Commerce in South China (AmCham South China) ประเมินว่า ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนมีแนวโน้มผ่อนคลายสู่ภาวะ “tactical truce” ภายในปี 2026 ช่วยชะลอจังหวะการแยกตัวทางเศรษฐกิจ (decoupling) แต่ไม่ได้ยุติลง โดยการค้าระหว่างกันจะเน้นสินค้าและบริการในกลุ่มที่ไม่อ่อนไหวด้านความมั่นคงมากขึ้น
รายงานดังกล่าวอ้างอิงผลสำรวจบริษัทมากกว่า 400 แห่งในจีนตอนใต้ที่จัดทำช่วงปลายปี 2025 ซึ่งสะท้อนว่าบรรยากาศความเชื่อมั่นดีขึ้นอย่างระมัดระวัง ภาคธุรกิจต่างชาติเริ่มกลับมาลงทุนซ้ำในจีน ขณะเดียวกันก็เร่งปรับตัวรองรับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังยืดเยื้อ
มุมมองธุรกิจต่างชาติ-โครงสร้างผู้ตอบแบบสอบถาม
จากผู้ตอบแบบสอบถาม 426 ราย ราว 39% มีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มความสัมพันธ์สหรัฐฯ–จีน เพิ่มขึ้น 14 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปี 2024 โครงสร้างผู้ตอบประกอบด้วยบริษัทจากสหรัฐฯ 32% จีนแผ่นดินใหญ่ 28% ยุโรป 12% ฮ่องกงและมาเก๊า 18% และที่เหลือมาจากภูมิภาคอื่น
รายงานชี้ว่า จีนกำลังปรับบทบาทจากฐานประกอบสินค้าสำเร็จรูปให้แบรนด์ตะวันตก ไปเป็นผู้จัดหาชิ้นส่วนและส่วนประกอบอุตสาหกรรมให้ตลาดเกิดใหม่มากขึ้น สะท้อนการปรับโซ่คุณค่า (value chain) เพื่อลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ และยุโรปโดยตรง ท่ามกลางกระแสกีดกันทางการค้าและข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีขั้นสูง
แม้บริษัทส่วนใหญ่ยังคาดว่าความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองประเทศจะรุนแรงขึ้นในปี 2026 แต่ส่วนใหญ่เชื่อว่าผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจจะไม่ยืดเยื้อและไม่รุนแรงเท่าที่เคยกังวลก่อนหน้า สอดคล้องกับการประเมินว่าการแยกขาดทางเศรษฐกิจจะเกิดเฉพาะในบางอุตสาหกรรมสำคัญ
ปัจจัยการเมืองสหรัฐฯ–จีน และนัยต่อไทย
ผลสำรวจถูกเผยแพร่ก่อนกำหนดการเยือนจีนปลายเดือนมีนาคมของประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะเป็นการเยือนจีนโดยผู้นำสหรัฐฯ ครั้งแรกในรอบ 9 ปี และอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เกิดสัญญาณผ่อนคลายเชิงสัญลักษณ์ต่อทิศทางการค้าทวิภาคี
สำหรับไทย ภาวะ “tactical truce” ระหว่างสหรัฐฯ–จีนและการชะลอการ decoupling อาจช่วยลดความผันผวนในห่วงโซ่อุปทานโลกและคำสั่งซื้อจากทั้งสองตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และสินค้าอุตสาหกรรมที่ไทยเป็นส่วนหนึ่งของโซ่การผลิต จึงอาจสร้างโอกาสดึงดูดการลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงออกจากจีน ขณะเดียวกัน ไทยต้องจับตาการแข่งขันจากประเทศคู่แข่งในภูมิภาคที่มุ่งดึงฐานการผลิตลักษณะเดียวกันอย่างใกล้ชิด








