ตลาดหุ้นเอเชียเปิดการซื้อขายวันพุธในทิศทางอ่อนตัวลง หลังแรงขายหุ้นเทคโนโลยีใน Wall Street กดดันดัชนีหลักของสหรัฐร่วงลงอย่างพร้อมเพรียง ขณะที่ราคาทองคำยังเดินหน้าทำจุดสูงสุดใหม่เหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สะท้อนการโยกย้ายเงินลงทุนบางส่วนออกจากสินทรัพย์เสี่ยงเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น
ญี่ปุ่นนำขาลง หุ้นเทค-เซมิคอนดักเตอร์ถูกเทขายหนัก
ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวลงแรงที่สุดในภูมิภาค โดยดัชนี Nikkei 225 ลดลง 1.2% จากแรงกดดันในกลุ่มเทคโนโลยีและอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ หุ้น Lasertec ร่วงถึง 7% ขณะที่ Tokyo Electron ปรับลง 3.2% ส่วน Konami Group ดิ่ง 5.8% สะท้อนความกังวลต่อแนวโน้มกำไรและต้นทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ด้านดัชนี Topix อ่อนตัว 0.39% บ่งชี้แรงขายในหุ้นขนาดใหญ่ค่อนข้างกว้าง
บางตลาดยังประคองตัวได้ แม้บรรยากาศโลกไม่สดใส
ในอีกด้านหนึ่ง ตลาดหุ้นออสเตรเลียกลับมาปรับขึ้น โดยดัชนี S&P/ASX 200 บวก 0.45% ขณะที่เกาหลีใต้ยังเคลื่อนไหวในแดนบวก ดัชนี Kospi เพิ่มขึ้น 0.4% และ Kosdaq ปรับขึ้นแรง 1.01% สะท้อนแรงซื้อในหุ้นขนาดเล็กและหุ้นที่อิงเศรษฐกิจในประเทศ แม้ภาพรวมการลงทุนโลกจะถูกกดดันจากฝั่งเทคโนโลยีสหรัฐก็ตาม
จีน–ฮ่องกงยังซึม เงินทุนต่างชาติไม่ฟื้นชัด
ตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงยังเคลื่อนไหวในแดนลบ ดัชนี Hang Seng ลดลง 0.1% ส่วน CSI 300 ร่วง 0.28% ท่ามกลางความกังวลต่อปัจจัยพื้นฐานและการไหลกลับของเงินทุนต่างชาติที่ยังไม่ชัดเจน ขณะเดียวกัน หุ้น Nintendo ในญี่ปุ่นทรุดตัวกว่า 9% แม้บริษัทยังคงประมาณการยอดขาย Switch 2 ตามเดิม โดยนักลงทุนให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านต้นทุนหน่วยความจำที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญของเครื่องเกม
เงินไหลจากหุ้นเทค สู่ทองคำและโลหะมีค่า
ด้านตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาทองคำสปอตปรับขึ้นมากกว่า 1% แตะราว 5,002 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ขณะที่ราคาซิลเวอร์เพิ่มขึ้น 0.69% มาอยู่ที่ 85.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ การพุ่งขึ้นของโลหะมีค่าในช่วงที่หุ้นเทคโนโลยีถูกขายหนัก สะท้อนการหมุนพอร์ตจากสินทรัพย์เสี่ยงไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย
ก่อนหน้านี้ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบทั้งกระดาน โดยดัชนี S&P 500 ร่วง 0.84% จากแรงขายทำกำไรในหุ้นเทคโนโลยี ขณะที่ Nasdaq Composite ซึ่งมีสัดส่วนหุ้นเทคสูง ปรับลงแรงถึง 1.43% ส่วน Dow Jones Industrial Average ลดลง 0.34% แม้ระหว่างวันเคยทำจุดสูงสุดใหม่ก็ตาม
หุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่ส่วนใหญ่ปิดลบ โดย Microsoft และ Meta Platforms ลดลงมากกว่า 2% ขณะที่ Nvidia ร่วงเกือบ 3% เพิ่มแรงกดดันต่อธีมการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่วนหุ้นซอฟต์แวร์อย่าง ServiceNow และ Salesforce ดิ่งเกือบ 7% ต่อเนื่องจากการปรับฐานตั้งแต่ต้นปี
สำหรับนักลงทุนไทย ความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐและเอเชียอาจสร้างแรงกดดันต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับวัฏจักรชิป รวมถึงกองทุนหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะกองทุนหุ้นสหรัฐและกองทุนธีมเทคโนโลยี ขณะที่การปรับขึ้นแรงของราคาทองคำอาจช่วยหนุนความสนใจในการลงทุนผ่านทองคำแท่ง กองทุนทองคำ และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาด TFEX ในระยะสั้น








