กองทุนบำเหน็จบำนาญและกองทุนมั่งคั่งแห่งชาติในเอเชีย (Sovereign Wealth Fund – SWF) เริ่มลดน้ำหนักการถือครอง US Treasuries และหันไปพิจารณาสินทรัพย์ทางเลือกมากขึ้น หลังผลตอบแทนจากหุ้นและตราสารหนี้ประเภทอื่นเพิ่มขึ้น พร้อมเปิดโอกาสในการกระจายความเสี่ยงที่กว้างกว่าเดิม ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงรูปแบบใหม่ที่รายล้อมสินทรัพย์สหรัฐเริ่มทำให้นักลงทุนระยะยาวประเมินบทบาท US Treasuries ใหม่ จาก “สินทรัพย์ปลอดภัยเริ่มต้น” กลายเป็นเพียงหนึ่งในตัวเลือกการลงทุน
สัญญาณจากผู้เล่นรายใหญ่และแรงกดดันต่อ US Treasuries
การเคลื่อนไหวล่าสุดของกองทุนในยุโรปอย่าง Alecta ของสวีเดน และ AkademikerPension ของเดนมาร์ก ที่ทยอยลดการถือครอง US Treasuries กำลังถูกจับตาโดยผู้จัดการกองทุนในเอเชีย แม้ในอีกด้านหนึ่ง Norway’s Government Pension Fund Global ซึ่งเป็นกองทุนมั่งคั่งใหญ่ที่สุดในโลกกลับเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ขณะเดียวกัน ปริมาณการถือ US Treasuries ของจีนลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 17 ปีเมื่อเดือนพฤศจิกายน สะท้อนทิศทางการปรับพอร์ตของผู้เล่นรายใหญ่ทั่วโลก
ปัจจัยสำคัญมาจากการประเมินความเสี่ยงรูปแบบใหม่ของนักลงทุนสถาบันระยะยาว เดิม US Treasuries ได้รับการมองว่าเป็นสินทรัพย์สภาพคล่องสูงและ “ไร้ความเสี่ยง” ผูกโยงกับสถานะของดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินสำรองหลักของโลก แต่ในสภาพแวดล้อมที่มีบริษัทเทคโนโลยีใช้เงินกู้จำนวนมาก มูลค่าหุ้นบางกลุ่มถูกตั้งคำถาม และโอกาสลงทุนใน private markets เพิ่มขึ้น สมมติฐานเดิมว่าพันธบัตรสหรัฐคือหลักประกันความปลอดภัยสูงสุดเริ่มถูกท้าทาย
ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของสหรัฐและผลสะเทือนต่อไทย
หนี้รัฐบาลสหรัฐที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ความขัดแย้งทางการเมืองในสภาคองเกรสเรื่องเพดานหนี้ที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก ล้วนบั่นทอนความเชื่อมั่นในบทบาทของดอลลาร์สหรัฐในฐานะสินทรัพย์หลบภัย ส่งผลให้ risk premium ของ US Treasuries หรือส่วนเพิ่มของผลตอบแทนที่นักลงทุนเรียกร้องเพื่อชดเชยความไม่แน่นอนและความผันผวน ปรับตัวสูงขึ้นตาม
เมื่อส่วนต่าง risk premium ระหว่าง US Treasuries กับหุ้นแคบลง ราคาของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเคลื่อนไหวสอดคล้องกับตลาดหุ้นมากขึ้น ทำให้ประสิทธิภาพของ US Treasuries ในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนลดลง ขณะที่ความกังวลเพิ่มเติมต่อความเป็นอิสระของ Federal Reserve ภายใต้ Kevin Warsh ซึ่งถูกเสนอชื่อโดยประธานาธิบดี Donald Trump ให้เป็นประธานธนาคารกลางคนต่อไป ยิ่งถูกมองว่าอาจผลักให้ risk premium สูงขึ้นอีก
สำหรับไทย แนวโน้มการลดการถือ US Treasuries ของกองทุนเอเชียอาจกระตุ้นให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนประกันสังคม และกองทุนรวมของไทยทบทวนกลยุทธ์การลงทุนต่างประเทศ โดยอาจเพิ่มสัดส่วนในตราสารหนี้ประเทศอื่น หุ้นต่างประเทศ หรือ private markets มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อโครงสร้างผลตอบแทนและระดับความผันผวนของพอร์ตลงทุนระยะยาวของนักลงทุนไทย ทั้งรายย่อยและสถาบัน








