Michael Burry นักลงทุนชื่อดังจาก “The Big Short” ออกมาเตือนว่าความเสี่ยงในหุ้น Nvidia เริ่มมีลักษณะคล้ายกับ Cisco ช่วงฟองสบู่ดอทคอม หลังตัวเลขภาระผูกพันการซื้อสินค้า (purchase obligations) ของผู้ผลิตชิปรายนี้พุ่งแรงในงบไตรมาสล่าสุด ขณะที่ราคาหุ้นอ่อนลงเกือบ 4% ในการซื้อขายช่วงเช้าวันพฤหัสบดีตามเวลานิวยอร์ก
ภาระผูกพันซัพพลายพุ่ง เทียบเท่ากระแสเงินสดทั้งปี
Burry ระบุในจดหมายข่าวบน Substack ว่า purchase obligations ของ Nvidia เพิ่มขึ้นเป็น 95.2 พันล้านดอลลาร์ จาก 16.1 พันล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า ส่งผลให้ภาระผูกพันด้านซัพพลายทั้งหมด รวมถึง inventory และสัญญาซื้อสินค้า อยู่ราว 117 พันล้านดอลลาร์ ใกล้เคียงกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงานทั้งปีของบริษัท ซึ่งหมายความว่าบริษัทล็อกซัพพลายไว้ล่วงหน้าจำนวนมาก โดยที่ความต้องการในอนาคตยังไม่ชัดเจน
ข้อมูลจากการประชุมนักวิเคราะห์ไตรมาส 4 ปีงบการเงิน ระบุว่า inventory ของ Nvidia เพิ่มขึ้น 8% จากไตรมาสก่อน และฝ่ายบริหารชี้ว่าบริษัท “จัดหา inventory และกำลังการผลิตล่วงหน้าไปไกลกว่าหลายไตรมาสข้างหน้า” มากกว่าปกติ Burry มองว่านี่ไม่ใช่ผลกระทบชั่วคราวจากปัจจัยภายนอก แต่เป็นผลจากแผนธุรกิจที่ตั้งใจจะล็อก capacity ในห่วงโซ่อุปทานไปไกลกว่าที่เคยทำ
เทียบเคส Cisco ดอทคอมบูม – นักวิเคราะห์ยังหนุนมุมมองเชิงบวก
Burry เปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับ Cisco ช่วงปี 2000-2001 ซึ่งในเวลานั้น Cisco ทำสัญญาซื้อซัพพลายจำนวนมากรองรับสมมติฐานการเติบโตปีละราว 50% แต่เมื่อการใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีของภาคธุรกิจชะลอลงอย่างรวดเร็ว บริษัทต้องเผชิญกับ inventory ล้นและภาระสัญญาที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ สุดท้ายต้องบันทึกด้อยค่าหลายพันล้านดอลลาร์ และราคาหุ้นร่วงหนัก
แม้ Nvidia ปัจจุบันมีอัตรากำไรขั้นต้นมากกว่า 70% สูงกว่าระดับของ Cisco ในยุคนั้น ซึ่งอาจช่วยรองรับด้านขาลงได้บางส่วน แต่ Burry เห็นว่ากำไรดังกล่าวได้แรงหนุนจากดีมานด์ที่ร้อนแรงผิดปกติและอำนาจการตั้งราคาของบริษัท ซึ่งอาจหดตัวลงอย่างรวดเร็วหากทิศทางความต้องการเปลี่ยน
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์บางส่วนไม่มองการเร่งล็อกซัพพลายเป็นสัญญาณลบ โดย Rosenblatt Securities ระบุว่าฝ่ายบริหาร Nvidia ชี้แจงประเด็นที่นักลงทุนกังวล ทั้งเรื่อง capacity ของ GPU การแข่งขันจาก custom chips ความพร้อมด้านไฟฟ้า ซัพพลายหน่วยความจำ และเงื่อนไขการเงินของลูกค้า พร้อมประเมินว่าบริษัทกำลังเตรียมรองรับดีมานด์สำหรับแพลตฟอร์ม AI รุ่นถัดไป และยังมีศักยภาพนำตลาดต่อเนื่อง
Rosenblatt ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย 12 เดือนของ Nvidia จาก 245 ดอลลาร์เป็น 300 ดอลลาร์ คิดเป็นอัพไซด์มากกว่า 50% จากระดับปัจจุบัน ขณะที่ผลตอบแทนหุ้น Nvidia ตั้งแต่ต้นปี 2026 ยังเพิ่มขึ้นไม่ถึง 1% หลังจากพุ่งแรงติดต่อกันในช่วงปี 2023-2025 ตามกระแสการเปิดตัว ChatGPT และการลงทุนด้าน AI ทั่วโลก
สำหรับนักลงทุนไทย ประเด็นที่ Burry เตือนสะท้อนความเสี่ยงด้านวัฏจักรและ inventory ในหุ้นกลุ่ม AI ทั่วโลก ซึ่งมีผลโดยตรงต่อกองทุนต่างประเทศ หุ้นเทคโนโลยี และหุ้นซัพพลายเชนชิปที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย รวมถึงอาจกระทบมูลค่าและความผันผวนของพอร์ตที่มีสัดส่วนลงทุนใน Nvidia หรือกองทุนที่อิงดัชนีเทคโนโลยีสหรัฐอยู่ด้วย








